แชมป์เลยไหมครับ!! หงส์แดงยิงยับ ยำปืนเละ 5-1 "ฟีร์มีโน่" แฮตทริก

2 months ago
335 reads • 905 shares
แชมป์เลยไหมครับ!! หงส์แดงยิงยับ ยำปืนเละ 5-1 "ฟีร์มีโน่" แฮตทริก
โดย:

ลิเวอร์พูล เปิดบ้านถล่ม อาร์เซน่อล ยับเยิน 5-1 เกมบิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีกส่งท้ายปี

พรีเมียร์ลีก แมตช์วีก 20

ลิเวอร์พูล 5-1 อาร์เซน่อล

สนาม : แอนฟิลด์

เกมบิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์สุดท้ายของปี 2018 ลิเวอร์พูล ทีมจ่าฝูงที่ยังไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ มีโอกาสทำแต้มทิ้งรองจ่าฝูงอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่พลาดท่าแพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส คาบ้าน 1-3 เป็น 9 แต้ม หากสามารถเปิดบ้านชนะ อาร์เซน่อล ในเกมนี้ได้

ส่วนทีมปืนใหญ่ ที่รั้งอันดับ 5 มีโอกาสแซง เชลซี ขึ้นไปอยู่ที่ 4 ชั่วคราวเช่นกัน หากคว้า 3 คะแนนได้สำเร็จ

เกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ จัดทีมในระบบ 4-2-3-1 วาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยืนกองหน้า และมี เซอร์ดาน ชากิรี่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ สนับสนุน

ขณะที่ อูไน เอเมรี่ เฮดโค้ชทีมเยือน ดร็อป อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ กลับไปนั่งสำรอง โดยใช้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ยืนหน้าเป้าตัวเดียว โดยข่าวดีคือได้ตัว ชโคดราน มุสตาฟี่ ฟิตทันกลับมายืนเซนเตอร์ได้อีกครั้ง

นาทีที่ 10 อาร์เซน่อล มีโอกาสยิงตรงกรอบครั้งแรก เมื่อ อเล็กซ์ อิโวบี้ ตัดบอลที่ ฟาบินโญ่ เปิดขวางสนามพลาด ก่อนกระชากหนี เดยัน ลอฟเรน ไปซัดเน้นๆ เกือบเข้าเสาแรก แต่ อาลีสซง เบ็คเกอร์ ยังพุ่งปัดออกหลังได้



นาทีถัดมา กลายเป็นทีมปืนใหญ่ขึ้นนำ 1-0 อเล็กซ์ อิโวบี้ ทำชิ่ง 1-2 กับ กรานิต ชาก้า ก่อนบรรจงครอสบอลจากซ้ายไปที่เสาไกลให้ ไอน์สลี่ย์ ไมต์แลนด์-ไนล์ส สอดเข้าชาร์จโล่งๆ ตุงตาข่าย

แต่นาที 14 ลิเวอร์พูล ตีเสมอเป็น 1-1 เมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ชิพบอลเข้าเขตโทษทีมเยือน แล้ว สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์ เตะสกัดไปติดตัว ชโคดราน มุสตาฟี่ เด้งกลับเข้าหาประตูตัวเอง ทำให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ได้โอกาสทอง วิ่งเข้ายิงใส่ประตูโล่งๆ โดยไม่มองประตู



2 นาทีถัดมา ลิเวอร์พูล แซงนำ 2-1 จากจังหวะที่ ลูคัส ตอร์เรยร่า เสียบอลกลางสนาม เมื่อโดน ซาดิโอ มาเน่ ปั๊มบอลชนะไป ก่อนที่บอลเข้าทาง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ใช้ความสามารถเฉพาะตัว ล็อกหนีแนวรับ อาร์เซน่อล 3 คน ก่อนซัดด้วยซ้ายเข้าไปอย่างเหนือชั้น

นาที 32 ลิเวอร์พูล หนีห่างเป็น 3-1 จากจังหวะต่อเนื่องจากเตะมุม ที่ อาร์เซน่อล เคลียร์ขึ้นไปแล้วไม่มีใครอยู่ข้างหน้า ทำให้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ได้บรรจงวางบอลทะลุแนวรับทีมปืนใหญ่ให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดกับดักล้ำหน้าไปเปิดถวายพานให้ ซาดิโอ มาเน่ ยิงจ่อๆ ตุงตาข่าย

นาที 42 อาร์เซน่อล ได้ลุ้นยิงตีตื้น จากจังหวะพลิกตัวยิงด้วยขวาจากนอกเขตโทษของ ไอน์สลี่ย์ ไมต์แลนด์-ไนล์ส แต่บอลเหินข้ามคานออกไป

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก ลิเวอร์พูล มาได้จุดโทษ เมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดเข้ากรอบเขตโทษทางขวา แล้วโดน โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส เตะล้มลง ก่อนที่ ซาลาห์ จะวิ่งเข้าซัดด้วยซ้ายเต็มแรงเข้าไป ทำให้ ซาลาห์ ยิงลูกที่ 13 ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ พาหงส์แดงนำสบาย 4-1 ก่อนจบครึ่งแรก



ครึ่งหลัง นาที 55 อาร์เซน่อล มีลุ้นได้ประตูเมื่อ อเล็กซ์ อิโวบี้ เบิ้ลขึ้นหน้าให้ อารอน แรมซี่ย์ หลุดเข้าไปในเขตโทษทางซ้าย แล้วกึ่งยิงกึ่งเปิดไปที่เสาไกลให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง แปจ่อๆ ข้ามคานหน้าตาเฉย แต่ว่าไลน์แมนก็ยกธงชี้ว่า โอบาเมย็อง ล้ำหน้าขึ้นมาก่อนแล้ว

นาที 65 ลิเวอร์พูล มาได้จุดโทษ เมื่อ เดยัน ลอฟเรน โดน เซอัด โคลาซินัช ผลักล้มลง ก่อนที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ จะรับหน้าที่สังหารไม่พลาด เป็นแฮตทริกของ ฟีร์มีโน่ พร้อมพาหงส์แดงทิ้งไกลเป็น 5-1



นาที 89 ลิเวอร์พูล พลาดได้ประตูที่ 6 เมื่อต่อบอลขึ้นมาอย่างเข้าขา ก่อนที่จังหวะสุดท้าย เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จะจ่ายมาหน้าเขตโทษให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ตัวสำรอง เติมขึ้นมาแป แต่บอลหลุดกรอบออกหลังไป

จบเกม ลิเวอร์พูล ถล่ม อาร์เซน่อล 5-1 ทำให้ทีมหงส์แดงชนะ 9 นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก และยังรักษาสถิติไร้พ่ายนับตั้งแต่ออกสตาร์ทซีซั่นได้ต่อไป โดยทิ้งห่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ รองจ่าฝูง 9 แต้ม และทิ้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จะลงเตะทีหลังในวันอาทิตย์ 10 แต้ม ถือว่าโอกาสที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะพาทีมคว้าแชมป์ลีกสดใสมากทีเดียว

 

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ลิเวอร์พูล (4-2-3-1) : อาลีสซง เบ็คเกอร์ - เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เดยัน ลอฟเรน, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (กัปตันทีม), แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (เนธาเนี่ยล ไคลน์ น.83) - จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม (อดัม ลัลลาน่า น.78), ฟาบินโญ่ - เซอร์ดาน ชากิรี่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่ (จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.62) - โมฮาเหม็ด ซาลาห์

อาร์เซน่อล (4-4-1-1) : แบร์นด์ เลโน่ - สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์, ชโคดราน มุสตาฟี่ (โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ น.46), โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส, เซอัด โคลาซินัช (มัตเตโอ เกนดูซี่ น.81) - ไอน์สลี่ย์ ไมต์แลนด์-ไนล์ส, ลูคัส ตอร์เรยร่า, กรานิต ชาก้า, อเล็กซ์ อิโวบี้ - อารอน แรมซี่ย์ - ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง (อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ น.71)

ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์