ผู้ดีเข้าหมด! หงส์เชือดนาโปลี, ไก่บุกเจ๊าบาร์ซ่า ลิ่วที่ 2 หลังงูแค่เจ๊าพีเอสวี

1 year ago
1,374 reads • 2,154 shares
ผู้ดีเข้าหมด! หงส์เชือดนาโปลี, ไก่บุกเจ๊าบาร์ซ่า ลิ่วที่ 2 หลังงูแค่เจ๊าพีเอสวี
โดย:

ลิเวอร์พูล และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สามารถผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ทั้งคู่

ลิเวอร์พูล และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2 ทีมดังจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ สามารถคว้าแต้มที่ต้องการในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คืนวันอังคารที่ผ่านมา พร้อมกับผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ทั้งคู่

ทั้ง 2 ทีมต่างเจองานหนักสุดๆ เมื่อคืนนี้ โดยทีมหงส์แดง ต้องเปิดบ้านเอาชนะ นาโปลี รองจ่าฝูง กัลโช่ เซเรีย อา ให้ได้สถานเดียวเท่านั้น ถึงจะผ่านเข้ารอบ

ขณะที่ สเปอร์ส เจองานหนักต้องบุกเยือน บาร์เซโลน่า จ่าฝูง ลา ลีกา สเปน ที่ผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มไปแล้ว โดยพวกเขาต้องลุ้นผลอีกคู่ที่ อินเตอร์ มิลาน เปิดบ้านพบ พีเอสวี ไอนด์โอเฟ่น ซึ่งทีมไก่เดือยทองต้องห้ามให้ อินเตอร์ มีผลการแข่งขันที่ดีกว่าตัวเองเด็ดขาด

 

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลุ่ม C

ลิเวอร์พูล 1-0 นาโปลี

สนาม : แอนฟิลด์ (ลิเวอร์พูล, อังกฤษ)


เปิดเกมมา 8 นาที นาโปลี มีโอกาสลุ้นจบสกอร์ก่อน เมื่อ ลอเรนโซ่ อินซินเญ่ หลุดขึ้นไปเปิดบอลจากขวาเข้ากลางให้ มาเร็ค ฮัมซิค สอดเข้ายิง แต่บอลหลุดกรอบไปนิดเดียว

แต่ถัดมานาทีเดียว ลิเวอร์พูล ได้โอกาสลุ้นบ้าง เมื่อ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ครอสบอลจากฝั่งขวาให้ เจมส์ มิลเนอร์ สอดเข้าโขกข้ามคานไปแบบได้เสียวเช่นกัน



นาที 22 ซาดิโอ มาเน่ สามารถส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้ แต่ว่าถูกจับล้ำหน้าซะก่อน ทำให้ ลิเวอร์พูล พลาดได้ประตูขึ้นนำ

แต่นาที 34 ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0 ได้สำเร็จ เมื่อ เจมส์ มิลเนอร์ จ่ายบอลให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พลิกบอลหนี มาริโอ รุย ก่อนกระชากหนี คาลิดู คูลิบาลี่ บริเวณเขตโทษทางขวา แล้วจิ้มบอลผ่าน ดาวิด ออสปิน่า เข้าไปตุงตาข่ายเสาไกลนิ่มๆ



และนั่นคือประตูเดียวที่เกิดขึ้นในครึ่งแรก ทำให้ ลิเวอร์พูล นำ นาโปลี 1-0 เมื่อเข้าสู่ช่วงพักครึ่ง

ครึ่งหลัง นาที 51 เจ้าบ้านพลาดได้ประตูที่ 2 อย่างน่าเสียดาย เมื่อ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ จ่ายให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้ซัดเหน่งๆ ในเขตโทษ แต่กลับยิงเฉี่ยวเสาออกหลังแบบไม่น่าเชื่อ

นาที 62 ลิเวอร์พูล น่าได้ประตูอีกครั้ง เมื่อ เจมส์ มิลเนอร์ ได้บอลตะลุยขึ้นมาถึงฝั่งซ้ายของเขตโทษ ก่อนบรรจงยิงปั่นโค้งด้วยขวา ทว่าบอลเฉี่ยวเสาสองออกหลังไปอีก

นาที 77 หงส์แดงพลาดโอกาสทองอีกหน เมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จ่ายทะลุช่องอย่างคมกริบให้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายเติมขึ้นมาเปิดไปที่หน้าประตูให้ ซาดิโอ มาเน่ เข้าฮอสเน้นๆ แต่ว่า ดาวิด ออสปิน่า โชว์ซูเปอร์เซฟ พุ่งปัดช่วย นาโปลี ไว้ได้

นาที 79 นาโปลี ได้ลุ้นประตูตีเสมอบ้าง เมื่อ ลอเรนโซ่ อินซินเญ่ บรรจงเปิดจากซ้าย บอลกระดอนพื้นผ่าน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ไปถึง อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค ได้ยิงที่เสาสอง แต่ซัดโดนใต้ลูก บอลจึงเหินข้ามคานอย่างน่าเสียดาย

นาที 87 ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสปิดเกมไปอีกรอบ เมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จ่ายถวายพานจากฝั่งซ้ายของเขตโทษให้ ซาดิโอ มาเน่ ตวัดยิงโล่งๆ หน้าประตูออกหลังไปอีก



ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาที 90+1 นาโปลี น่าจะตีเสมอได้ เมื่อสาดยาวเข้าไปในเขตโทษของเจ้าถิ่น แล้วจังหวะสุดท้าย บอลมาตกใส่เท้า อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค ได้โอกาสยิงจ่อๆ หน้าประตู แต่ว่า อาลีสซง เบ็คเกอร์ โชว์ความหนึบ ซูเปอร์เซฟช่วยหงส์แดงไม่ให้โดนตีเสมอได้

จบเกม ลิเวอร์พูล ชนะ นาโปลี 1-0 ทำให้ทีมหงส์แดงผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะรองแชมป์กลุ่ม โดย เปแอสเช คว้าแชมป์กลุ่ม หลังจากบุกถล่ม เซอร์เวน่า ซเว็ซด้า 4-1

 

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อาลีสซง เบ็คเกอร์ - เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌแอล มาติป (เดยัน ลอฟเรน น.90), เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน - จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (กัปตันทีม), เจมส์ มิลเนอร์ (ฟาบินโญ่ น.85) - โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ (นาบี เกอิต้า น.79), ซาดิโอ มาเน่

นาโปลี (4-3-3) : ดาวิด ออสปิน่า - นิโคล่า มักซิโมวิช, ราอูล อัลบิโอล, คาลิดู คูลิบาลี่, มาริโอ รุย (ฟาอูซี่ กูลาม น.70) - อัลลัน, มาเร็ค ฮัมซิค (กัปตันทีม), ฟาเบียน รุยซ์ (พิโอเตอร์ ซีลินสกี้ น.62)- โฆเซ่ กาเยฆ่อน, ดรีส์​ เมอร์เท่นส์ (อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค น.67), ลอเรนโซ่ อินซินเญ่

ผู้ตัดสิน : ดาเมียร์ สโคมิน่า (สโลวีเนีย)

 

_____________________________

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลุ่ม B

บาร์เซโลน่า 1-1 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

สนาม : คัมป์ นู (บาร์เซโลน่า, สเปน)


เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กุนซือของบาร์ซ่า พักตัวหลักหลายราย หลังจากทีมจองที่ 1 ไปแล้ว แต่ยังมีดาวดังอย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, อิวาน ราคิติช รวมถึง อุสมาน เดมเบเล่ ลงตัวจริง

ทางด้าน เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ผู้จัดการทีมคนเก่งของฝั่งไก่เดือยทอง เรียกตัว แฮร์รี่ เคน ดาวยิงตัวเก่งกลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง หลังจากเกมลีกนัดล่าสุดพักไว้เป็นตัวสำรอง 



แต่เปิดเกมมาแค่ 7 นาที บาร์เซโลน่า ที่ส่งสำรองลงเยอะกว่า ก็ออกนำ 1-0 เมื่อสวนกลับจากจังหวะเสียเตะมุม แล้ว ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส กองหลังของ สเปอร์ส สกัดบอลพลาด ทำให้ อุสมาน เดมเบเล่ ฉกบอลก่อนใช้ความเร็วกระชากเข้าไปแต่งหามุมยิงตุงตาข่ายอย่างเหนือชั้น

และนั่นคือประตูเดียวในครึ่งแรก จบ 45 นาทีแรก บาร์เซโลน่า นำ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-0



ครึ่งหลัง สเปอร์ส พยายามบุกเอาประตูตีเสมอ ก่อนมาทำได้สำเร็จในนาที 85 เมื่อ แฮร์รี่ เคน ตวัดบอลจากซ้ายให้ ลูคัส มูร่า ตัวสำรอง ยิงจ่อๆ หน้าประตูเข้าไป

จบเกม บาร์เซโลน่า เสมอ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-1 และจากการที่ผลอีกคู่ อินเตอร์ มิลาน ทำได้แค่เปิดบ้านเสมอกับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ที่ตกรอบไปแล้ว 1-1 ทำให้ทีมไก่เดือยทองคว้าอันดับ 2 ของกลุ่ม และผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายทันที

 

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

บาร์เซโลน่า (4-3-3) : ยาสเปอร์ ซิลเลสเซ่น - เนลซอน เซเมโด้, เกลม็องต์ ล็องเกล้ต์, โธมัส แฟร์มาเล่น, ฆวน มิรันด้า - การ์เลส อาเลนญ่า, อิวาน ราคิติช (กัปตันทีม) (เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ น.46),​ อาร์ตูร์ - อุสมาน เดมเบเล่, มูนีร์ เอล อัดดาดี้ (ลิโอเนล เมสซี่ น.63), ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ (4-3-1-2) : อูโก้ โยริส​ (กัปตันทีม) - ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส (เอริค ลาเมล่า น.61), โทบี้ อัลเดอร์แวเรลด์, แยน แฟร์ต็องเก้น, แดนนี่ โรส - มุสซ่า ซิสโซโก้, แฮร์รี่ วิงค์ส, คริสเตียน เอริคเซ่น - เดเล่ อัลลี่ - ซน ฮึง-มิน (ลูคัส มูร่า น.71), แฮร์รี่ เคน

ผู้ตัดสิน : มิโลรัด มาซิช (เซอร์เบีย)

จากการที่ ลิเวอร์พูล และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยังอยู่ในเส้นทางของการลุ้นแชมป์ยุโรปฤดูกาลนี้ต่อ ทำให้ตัวแทนจากพรีเมียร์ลีกทั้ง 4 ทีม สามารถผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายครบถ้วน

หลังจากก่อนหน้านี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การันตีการผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้ตั้งแต่เกมนัดที่ 5 แล้ว