ริเวอร์เพลท แชมป์อเมริกาใต้!! ต่อเวลาดับ โบคา สุดมันส์ 3-1 คว้าตั๋วลุยสโมสรโลก

6 months ago
405 reads • 424 shares
ริเวอร์เพลท แชมป์อเมริกาใต้!! ต่อเวลาดับ โบคา สุดมันส์ 3-1 คว้าตั๋วลุยสโมสรโลก
โดย:

ริเวอร์เพลท คว้าแชมป์ โกปา ลิเบร์ตาดอเรส 2018 หลังเอาชนะ โบคา จูเนียร์ส 3-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษของนัดชิงชนะเลิศ

โกปา ลิเบร์ตาดอเรส 2018 นัดชิงชนะเลิศ นัดที่ 2

ริเวอร์เพลท 3-1 โบคา จูเนียร์ส (เสมอใน 90 นาที 1-1)

(รวมผล 2 นัด ริเวอร์เพลท คว้าแชมป์ด้วยสกอร์รวม 4-3)

สนาม : ซานติอาโก้ เบร์นาเบว (มาดริด, สเปน)

เกมนัดชิงชนะเลิศของศึกชิงแชมป์อเมริกาใต้ คือศึก "ซูเปอร์ กลาซิโก้" ระหว่าง 2 ทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาร์เจนตินา ฟาดแข้งกันที่ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว สนามเหย้าของ เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่ของสเปน เพราะสหพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ไม่ต้องการให้เกมแข่งกันในแดนฟ้าขาว

สาเหตุที่เกมต้องโยกมาเตะกันในแดนกระทิงดุ เนื่องจากเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นกำหนดเดิมของนัดชิงชนะเลิศนัดที่ 2 แฟนบอลของ ริเวอร์เพลท ไปก่อเรื่องปาสิ่งของใส่รถบัสของ โบคา จูเนียร์ส ทำให้ต้องเลื่อนการแข่งขัน และทำให้ ริเวอร์เพลท เสียสิทธิ์ลงเตะเกมนัดชิงเลกสองในบ้านตัวเอง

จากการที่การชิงแชมป์รายการนี้ไม่มีกฎประตูทีมเยือน และผลนัดแรกที่บ้าน โบคา จูเนียร์ส เสมอกันมา 2-2 ทำให้นัดนี้ต้องมีผลแพ้ชนะเกิดขึ้นใน 90 นาทีเท่านั้น ถึงจะไม่มีการต่อเวลาพิเศษ

 

นาทีที่ 44 โบคา จูเนียร์ส ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 เมื่อ นาอิตัน นานเดซ จ่ายบอลทะลุช่องขึ้นหน้าให้ ดาริโอ เบเนเด็ตโต้ ยกบอลหลบกองหลัง ริเวอร์เพลท แล้วหลุดเดี่ยวไปซัดผ่าน ฟรังโก้ อาร์มานี่ ตุงตาข่าย และเป็นประตูเดียวที่เกิดขึ้นในครึ่งแรก

อย่างไรก็ตาม ครึ่งหลังนาที 68 ลูคัส ปราตโต้ หัวหอกทีมชาติอาร์เจนตินา ก็ทำประตูตีเสมอให้ ริเวอร์เพลท เป็น 1-1 และจบ 90 นาทีเสมอกัน ต้องต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที



ช่วงต่อเวลาพิเศษผ่านมาแค่ 2 นาที โบคา จูเนียร์ส มาเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน เมื่อ วิลมาร์ บาร์ริออส กองกลางทีมชาติโคลอมเบีย ไปกระโดดย่ำใส่ เอเซเกล ปาลาซิออส ในจังหวะเข้าปะทะกัน ทำให้ผู้ตัดสินชูใบเหลืองที่สองไล่ออกจากสนามไป

นาทีที่ 109 ริเวอร์เพลท มาได้ประตูแซงนำ 2-1 จากจังหวะจับแล้วซัดเต็มข้อด้วยซ้ายจากหน้าเขตโทษของ ฮวน เฟร์นานโด กินเตโร่ ตัวสำรอง บอลส่ายแล้วฮุบเข้าเสียบตาข่ายใต้คานอย่างสุดสวย



ช่วงทดเวลาบาดเจ็บของการต่อเวลาพิเศษ ริเวอร์เพลท มาได้ประตูย้ำชัย 3-1 หลังจาก เอสเตบัน อันดราด้า ผู้รักษาประตูของ โบคา จูเนียร์ส ขึ้นไปลุ้นทำประตูจากลูกเตะมุม แล้วลงมาป้องกันไม่ทันเมื่อ ริเวอร์เพลท ตัดบอลได้ ทำให้จังหวะสุดท้าย ฮวน เฟร์นานโด กินเตโร่ จ่ายบอลให้ กอนซาโล่ มาร์ติเนซ หลุดเดี่ยวไปยิงเข้าประตูที่ไร้คนเฝ้าเข้าไปง่ายๆ



จบเกม ริเวอร์เพลท ชนะ โบคา จูเนียร์ส 3-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทำให้ ริเวอร์เพลท คว้าแชมป์ถ้วยนี้เป็นสมัยที่ 4 หลังจากเคยคว้าได้ในปี 1986, 1986 และ 2015 พร้อมกับคว้าสิทธิ์เข้าไปแข่งรายการ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ กลางเดือนนี้ ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วย

 

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ริเวอร์เพลท (4-1-4-1) : ฟรังโก้ อาร์มานี่ - กอนซาโล่ มอนติเอล (คามิโล่ มายาด้า น.74), โจนาตัน ไมดาน่า, ฮาเวียร์ ปิโนล่า, มิลตัน คาสโก้ - เลโอนาร์โด้ ปอนซิโอ (ฮวน เฟร์นานโด กินเตโร่ น.59) - อิ๊กนาซิโอ เฟร์นานเดซ (บรูโน่ ซูคูลินี่ น.111),​ เอเซเกล ปาลาซิออส (ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ น.97), เอ็นโซ่ เปเรซ, กอนซาโล่ มาร์ติเนซ - ลูคัส ปราตโต้

โบคา จูเนียร์ส (4-3-3) :  เอสเตบัน อันดราด้า - ฮูลิโอ อัลเบร์โต้ บุฟฟารินี่ (คาร์ลอส เตเวซ น.111), คาร์ลอส อิซเกียร์ดอซ, ลิซานโดร มากายาน, ลูคัส โอลาซ่า - นาอิตัน นานเดซ, วิลมาร์ บาร์ริออส, ปาโบล เปเรซ (กัปตันทีม) (เฟร์นานโด กาโก้ น.89) - เซบาสเตียน วีย่า (เลโอนาร์โด้ ฮาร่า น.96), ดาริโอ เบเนเด็ตโต้ (ราม่อน อาบิล่า น.62), คริสเตียน ปาวอน

ผู้ตัดสิน : อันเดรส คุนญ่า (อุรุกวัย)