กังหันชนแชมป์โลก!! 5 ประเด็นน่าติดตาม เนเธอร์แลนด์ บู๊ ฝรั่งเศส

9 months ago
236 reads • 384 shares
กังหันชนแชมป์โลก!! 5 ประเด็นน่าติดตาม เนเธอร์แลนด์ บู๊ ฝรั่งเศส
โดย:

5 ประเด็นน่าติดตาม ศึกบิ๊กแมตช์ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เนเธอร์แลนด์ พบ ฝรั่งเศส คืนนี้

ช่วงสัปดาห์นี้ แม้ฟุตบอลสโมสรยุโรปจะเบรกทำการแข่งขัน แต่ก็มีรายการทีมชาติที่น่าสนใจอย่างศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก มาให้ลุ้นกัน

โดยคู่เอกของค่ำคืนนี้ เป็นเกมในกลุ่ม 1 ของลีก A ระหว่าง เนเธอร์แลนด์ ทีมพลังหนุ่มที่กำลังทำผลงานได้ดี พบกับแชมป์โลกอย่าง ฝรั่งเศส และนี่คือ 5 ประเด็นที่น่าติดตามมากๆ สำหรับบิ๊กแมตช์คู่นี้

 

1. ฝรั่งเศสลุ้นเป็นทีมแรก คว้าตั๋วเข้ารอบสุดท้าย!!

ฝรั่งเศส เก็บไปแล้ว 7 แต้มจาก 3 นัดที่ผ่านมา โดยทิ้งห่าง เนเธอร์แลนด์ ทีมอันดับ 2 ที่แข่งไปแค่ 2 นัดอยู่ 4 คะแนน

ซึ่งหากพลพรรค "เลส์ เบลอส์" บุกคว้าชัยถึงร็อตเตอร์ดัมในคืนนี้ พวกเขาจะการันตีตำแหน่งแชมป์กลุ่มทันที โดยไม่ต้องสนผลการแข่งขันคู่ระหว่าง เยอรมนี-เนเธอร์แลนด์ ในวันอาทิตย์เลย

ศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก รอบสุดท้าย จะคัดเอาแชมป์กลุ่มของ ลีก A ทั้ง 4 กลุ่มผ่านเข้ารอบ และถ้าคืนนี้ ฝรั่งเศส ชนะได้ แชมป์โลก 2018 จะกลายเป็นทีมแรกที่ผ่านเข้าไปเล่นรอบชิงแชมป์รายการนี้กลางปีหน้าทันที

 

2. อัศวินสีส้ม จะหยุดสถิติพ่ายตราไก่รวดได้ไหม?

เนเธอร์แลนด์ มีสถิติการพบกับ ฝรั่งเศส ที่ย่ำแย่เหลือเกินในช่วงหลัง เพราะพ่ายให้ทีมตราไก่รวมทุกรายการมา 5 นัดติดต่อกัน โดยหนสุดท้ายที่ชนะได้ ต้องย้อนไปถึงศึก ยูโร 2008 รอบแรก ที่ถล่มไป 4-1 เลยทีเดียว

การเจอกันหนล่าสุด ก็คือศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ที่เตะกันที่ สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ รังเหย้าทีมแชมป์โลกเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยทีมอัศวินสีส้มสู้ได้ดี เกือบจะแบ่งแต้มกลับออกมาได้อยู่แล้ว ทว่าช่วงท้ายเกม โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ทำประตูชัยให้ ฝรั่งเศส เฉือน 2-1 แบบหืดจับ

เพราะฉะนั้น คืนนี้ที่ เนเธอร์แลนด์ จะได้เป็นเจ้าบ้านบ้าง และต้องการชัยชนะสุดๆ จะทำได้ดีแค่ไหน ต้องรอดูกัน...

 

3. เอ็มบั๊ปเป้ โชว์โหดอีกไหม?

นับตั้งแต่ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าเด็กมหัศจรรย์วัยเพียง 19 ปีจาก เปแอสเช ติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่เมื่อเดือนมีนาคม 2017 เขาลงสนามพบ เนเธอร์แลนด์ ไปแล้ว 2 นัด และสามารถยิงประตูทีมอัศวินสีส้มได้ทั้ง 2 เกม (คัดบอลโลก และ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก)

ผลงานในปี 2018 ของ เอ็มบั๊ปเป้ ถือว่าสุดยอดมาก เขาคือนักเตะที่ยิงให้ทีมตราไก่มากที่สุดในปีนี้ (9 ประตู) ขณะที่การลงเล่นให้ต้นสังกัดใน ลีก เอิง ก็นำดาวซัลโวอยู่ในขณะนี้ (11 ประตู) และพาทีมชนะรวดทั้ง 13 นัด


4. ตราไก่จะใช้ใคร ปั้นเกมแทน "ป็อกบา"

เกมนี้ ฝรั่งเศส จะอดใช้งาน ปอล ป็อกบา กองกลางคนสำคัญจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีอาการบาดเจ็บมาตั้งแต่ก่อนเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และนั่นทำให้ ดิดิเย่ร์ เดส์ช็องส์ ต้องเปลี่ยนแปลงแผงมิดฟิลด์ในเกมอย่างเป็นทางการครั้งแรก นับตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2018 เลยทีเดียว

ที่ผ่านมา เดส์ช็องส์ เลือกใช้ ป็อกบา ยืนปักหลักตรงกลางสนามกับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มาตลอด แต่จากการที่กองกลางจอมตัดผมชวดลงเล่น ทำให้น่าจับตาว่า ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 21 ปีจาก โอลิมปิก ลียง จะได้โอกาสทองลงเสียบแทนหรือไม่ โดยมีรุ่นพี่อย่าง สตีเว่น เอ็นซอนซี่ กองกลางของ โรม่า คือคู่แข่งสำคัญ

หรืออีกทางเลือกคือหุบ แบลส มาตุยดี้ ที่รับบทปีกซ้ายมาตั้งแต่ฟุตบอลโลก เข้ามาเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง แล้วให้โอกาสตัวริมเส้นอย่าง อุสมาน เดมเบเล่ ลงลากเลื้อยแทน

ส่วนทางด้าน โรนัลด์ คูมัน กุนซือของ เนเธอร์แลนด์ มีนักเตะดาวรุ่งที่น่าจับตามองเพียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาแข้งจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม อย่าง เฟรงกี้ เดอ ย็อง, มัทไธส์ เดอ ลิกต์ หรือ ดอนนี่ ฟาน เดอ บีค เกมนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ของจริงว่าเด็กกังหันลมชุดนี้ พร้อมจะขึ้นมาเป็นตัวความหวังแทนรุ่นพี่ได้เต็มตัวหรือไม่

 

5. อินทรีเหล็กต้องเชียร์ตราไก่เฉพาะกิจ

จากการที่ เยอรมนี แข่งไปแล้ว 3 นัดในกลุ่มนี้ที่มีเพียง 3 ทีม และยังไม่ชนะเลย (เสมอ 1 แพ้ 2) นั่นหมายความว่า หากผลการแข่งขันออกมาเป็น เนเธอร์แลนด์ ชนะ จะทำให้ทีมอินทรีเหล็กต้องจมอันดับสุดท้ายของกลุ่มอย่างแน่นอน และจะต้องตกชั้นลงไปเล่นใน ลีก B ในฤดูกาลหน้า ซึ่งจะทำให้พลาดโอกาสแข่งกับทีมที่มาตรฐานสูงไปด้วย

ทางเดียวที่ เยอรมนี จะไม่ตกชั้น คือห้ามให้ เนเธอร์แลนด์ ชนะเกมนี้เด็ดขาด ก่อนที่ โยอัคคิม เลิฟ จะต้องนำทีมเปิดบ้านชนะทีมอัศวินสีส้มแทนในวันอาทิตย์นี้ให้ได้