ช้างศึกเฮแน่!! 5 ปัจจัยชี้ชัด ทีมชาติไทย เตรียมอัด ติมอร์ ประเดิมซูซูกิคัพ

1 year ago
1,568 reads • 548 shares
ช้างศึกเฮแน่!! 5 ปัจจัยชี้ชัด ทีมชาติไทย เตรียมอัด ติมอร์ ประเดิมซูซูกิคัพ
โดย:

5 ประเด็นชี้ชัด ทีมชาติไทย น่าเปิดบ้านอัด ติมอร์ เลสเต ในนัดประเดิมสนาม ซูซูกิ คัพ 2018

คืนวันนี้แล้วที่แชมป์เก่าอย่าง ทีมชาติไทย จะลงประเดิมสนามศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 กลุ่มบี ด้วยการเปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน รับการมาเยือนของ ติมอร์ เลสเต

แน่นอนว่าด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ทัพช้างศึก ดูเป็นต่อพอสมควร และนี่คือ 5 ปัจจัยชี้ชัดที่ มิโลวาน ราเยวัช น่าจะพาทีมประเดิมคว้าสามแต้มได้ในเกมนี้!!

 

ช้างศึกเปิดหัวไร้พ่าย!!

หากนับย้อนกลับไป 11 ครั้งที่ผ่านมาตั้งแต่ยังเป็น ไทเกอร์ คัพ 1996 จนมาถึง ซูซูกิ คัพ 2016 ทีมชาติไทย เป็นทีมเดียวในอาเซียนที่ไม่เคยแพ้ในเกมนัดแรกของรายการนี้เลย

โดยแบ่งออกเป็นชนะ 7 นัด และ เสมอ 4 นัด แต่ที่น่าสนใจคือ 2 จาก 4 นัดที่เสมอนั้นมันส่งผลให้ ทัพช้างศึก ถึงกับร่วงรอบแรกไปเลยทีเดียว

ในขณะที่เกมวันนี้กับการพบกับ ติมอร์ เลสเต ดูจากภาพรวมหลายๆ อย่างแล้ว หากไม่มีอะไรผิดพลาด ไทย น่าจะทำสถิติไร้พ่ายเปิดหัวต่อไปเป็นครั้งที่ 12 ได้แบบไม่ยากนัก!!

 

ประสบการณ์กินขาด!!

อย่างที่หลายๆ คนคงทราบกันดีแล้วว่า ทีมชาติไทย เป็น 1 ใน 6 ทีมที่เข้าร่วม ซูซูกิ คัพ รอบสุดท้ายครบทั้ง 11 สมัย

และคว้าแชมป์ไปถึง 5 ครั้งมากที่สุดเหนือทุกทีมในภูมิภาคอาเซียน แต่ในขณะเดียวกันนี่เพิ่งจะเป็นครั้งที่ 2 ของ ติมอร์ เลสเต เท่านั้น

โดย ติมอร์ เคยผ่านรอบคัดเลือกมาแล้วครั้งนึงตั้งแต่ปี 2004 ก่อนจะแพ้รวดตกรอบแรก รวมถึงการแพ้ ไทย ไปแบบขาดลอย 0-8

จากนั้นพวกเขาไม่เคยทะลุมาถึงรอบนี้อีกเลยจนกระทั่งปี 2018 ติมอร์ ก็ได้กลับมาอีกครั้งหลังเพลย์ออฟ ชนะ บรูไน มาแบบหวุดหวิด

และแน่นอนว่าด้วยประสบการณ์ของนักเตะ และผู้เล่นที่ต่างกันมากมายแบบนี้ก็ทำให้ ทัพช้างศึก ดูจะเหนือกว่าอีกแล้ว

 

มีผลแรงกิ้ง

เมื่อไม่นานมานี้ ฟีฟ่า เพิ่งจะแจ้งมาอย่างเป็นทางการว่าเกมที่ ทีมชาติไทย จะพบกับ ติมอร์ เลสเต จะได้รับการรองรับเอแมตช์ และจะมีการคิดคะแนนในการจัดอันดับโลกของฟีฟ่าด้วย

ซึ่งจากอันดับตอนนี้แม้ ทัพช้างศึก จะเหนือกว่า ติมอร์ มากถึง 70 อันดับ (ไทย 121, ติมอร์ 191) แต่หากคว้าชัยได้ก็จะส่งผลต่อคะแนนฟีฟ่าด้วยเช่นกัน

ที่สำคัญนี่จะกลายเป็นเกมแรกอย่างเป็นทางการที่ฟีฟ่ารองรับว่า ทีมชาติไทย ลงสนามพบกับ ทีมชาติติมอร์ เลสเต อีกด้วย

 

นักเตะไทยดูดีกว่า

จริงอยู่ที่ ทีมชาติไทย ชุดนี้เป็นนักเตะหน้าใหม่หลายคน และนี่ก็จะเป็นครั้งแรกที่จะได้เล่นในซูซูกิ คัพ ด้วย

แต่เอาเข้าจริงพวกเขาก็มีเกมระดับเอเชียมาให้อยู่ตลอดอยู่แล้วอย่างเช่นแข้งจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อย่าง ศศลักษณ์ ไหประโคน, ศุภชัย ใจเด็ด, กรกช วิริยอุดมศิริ หรือแม้กระทั่ง พรรษา เหมวิบูลย์

ที่น่าสนใจคือตัวเทพจาก ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด อย่าง สุมัญญา ปุริสาย ที่เคยผ่านความผิดหวังมาแล้วในปี 2012

บวกกับอีก 4 คนที่ผ่านเวทีนี้มาแล้วอย่าง มงคล ทศไกร, อดิศักดิ์ ไกรษร, ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน และ สรรวัชญ์ เดชมิตร (2 คนหลังไม่เคยลงเล่น)

ทำให้ไทยดูมีความเขี้ยวมากกว่า ติมอร์ ที่ดูจากรายชื่อแล้วแทบจะเป็นเด็กรุ่นใหม่อายุไม่เกิน 21 ปีทั้งนั้น

 

โชคดีได้เล่นในบ้าน

ก่อนหน้านี้ ซูซูกิ คัพ 2018 เพิ่งจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบแข่งขันใหม่จากมีเจ้าภาพในรอบแบ่งกลุ่ม เปลี่ยนไปเป็นให้แต่ละชาติได้เล่นในบ้าน 2 นัด และเยือน 2 นัด

โดยการเจอ ติมอร์ เลสเต ก็ถือว่าเป็นโชคดีเล็กน้อยเหมือนกัน หลังสนามเหย้าของพวกเขาไม่พร้อมใช้งาน ทำให้ต้องโยกมาเล่นที่ ราชมังคลากีฬาสถาน แทนซะอย่างงั้น

นั่นหมายความว่า ทัพช้างศึก จะได้เล่นในสนามเหย้าตัวเอง ในฐานะทีมเยือนซะอย่างงั้น ซึ่งส่งผลดีที่จะทำให้แฟนบอลไทยได้เข้ามาร่วมกันเชียร์ฟุตบอลรายการใหญ่ๆ อีกครั้งในเกมประเดิมสนาม

เพราะน่าจะเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีให้นักบอลมากทีเดียว ในขณะเดียวกันก็จะเป็นการกดดันทีมเยือนไปด้วยเช่นกัน

 


เกมนี้น่าติดตามเหลือเกินว่า ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทีมของ มิโลวาน ราเยวัช จะประเดิมสนามได้ดีแค่ไหนในศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018

เอาเข้าจริงถือว่า ทัพช้างศึก เหนือกว่า ติมอร์ เลสเต และน่าจะเก็บชัยได้ไม่ยากนัก แต่ก็นั่นแหละอย่าประมาทเด็ดขาด

คืนนี้แฟนบอลไทยมีนัดกันที่ ราชมังคลากีฬาสถาน 19.00 น. ไปเชียร์ทีมชาติไทยให้ครองจ้าวอาเซ๊ยนเป็นสมัยที่ 6 กันเถอะ!!