ซัวเรซแฮตทริกโชว์!! กลาซิโก้ บาร์ซ่ายำราชันนุ่ม 5-1 นำฝูงต่อ

1 year ago
482 reads • 550 shares
ซัวเรซแฮตทริกโชว์!! กลาซิโก้ บาร์ซ่ายำราชันนุ่ม 5-1 นำฝูงต่อ
โดย:

บาร์เซโลน่า เปิดบ้านถล่ม เรอัล มาดริด ยับเยิน 5-1 ศึก ลา ลีกา นัด "เอล กลาซิโก้"

ลา ลีกา แมตช์วีก 10

บาร์เซโลน่า 5-1 เรอัล มาดริด 

สนาม : คัมป์ นู

ผู้ชม : 93,265 คน

ศึก "เอล กลาซิโก้ 2018" ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปีที่ บาร์เซโลน่า เจอกับ เรอัล มาดริด โดยที่ไม่มีนักเตะอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงเล่นทั้งคู่

เจ้าถิ่นที่อยู่ภายใต้การคุมทีมของ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ยึด 11 ตัวจริงจากนัดชนะ อินเตอร์ มิลาน 2-0 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ไว้เหมือนเดิมทั้งหมด โดยแนวรุกมี ราฟินญ่า, หลุยส์ ซัวเรซ และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เล่นร่วมกัน

ส่วนทางด้าน จูเลน โลเปเตกี กุนซือ เรอัล มาดริด ที่ตกเป็นข่าวว่ากำลังจะโดนปลดออกจากตำแหน่ง ใช้งาน คาริม เบนเซม่า ยืนกองหน้ากับ แกเร็ธ เบล และให้ อีสโก้ ขับเคลื่อนเกมบุก

เปิดเกมมาแค่ 11 นาที บาร์เซโลน่า นำ 1-0 เมื่อ อิวาน ราคิติช บรรจงวางบอลยาวให้ จอร์ดี้ อัลบา สปีดหลุดขึ้นไปทางฝั่งซ้ายของสนาม ก่อนที่ อัลบา จะตบเข้ากลางให้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ แปด้วยซ้ายเข้าไปโล่งๆ

นาที 19 บาร์เซโลน่า เกือบได้ประตูที่ 2 เมื่อ เซร์คิโอ รามอส จ่ายบอลในเขตโทษพลาด บอลแฉลบ นาโช่ เฟร์นานเดซ ไปเข้าทาง อาร์ตูร์ ได้จับก่อนวางเท้าซัดเต็มข้อ บอลเกือบจะเสียบใต้คานแต่ว่า ติโบต์ กูร์กตัวส์ โชว์ซูเปอร์เซฟโดดปัดได้



นาที 28 บาร์เซโลน่า มาได้จุดโทษ เมื่อ จอร์ดี้ อัลบา หลุดขึ้นไปทางซ้ายก่อนจ่ายไปที่เสาแรกให้ หลุยส์ ซัวเรซ ก่อนที่ดาวยิงอุรุกวัยจะโดน ราฟาแอล วาราน ขวางล้มลงเต็มๆ ผู้ตัดสินไปเช็คภาพช้าจาก VAR ก่อนจะเป่าเป็นจุดโทษ และเป็น ซัวเรซ ที่ลุกขึ้นมาซัดเองผ่านมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์ เข้าไปเป็น 2-0 นาที 30

นาที 43 บาร์เซโลน่า เกือบหนีห่างไปอีก เมื่อ ราฟินญ่า อัลกันตาร่า ได้บอลหน้าเขตโทษ ก่อนม้วนหาเหลี่ยมพลิกยิงด้วยซ้าย บอลโค้งหลุดกรอบไปแบบน่าหวาดเสียว



จบครึ่งแรก บาร์เซโลน่า นำ เรอัล มาดริด 2-0 โดยที่เจ้าถิ่นเล่นได้เหนือกว่าชัดเจน

ครึ่งหลัง จูเลน โลเปเตกี แก้เกมด้วยการถอด ราฟาแอล วาราน คนทำเสียจุดโทษออก แล้วส่ง ลูกัส บาซเกซ ลงไปเติมเกมรุกริมเส้น พร้อมขยับ คาเซมิโร่ ถอยลงต่ำไปช่วยแผงหลัง

นาที 50 เรอัล มาดริด ตีไข่แตกไล่มาเป็น 2-1 เมื่อ ลูกัส บาซเกซ ตัวสำรอง จ่ายบอลจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าไปให้ อีสโก้ จ่ายบอลไปหน้าประตูแล้วบอลแฉลบไปเข้าทาง มาร์เซโล่ เติมขึ้นมาล้มตัวยิงด้วยขวา ส่งบอลตุงตาข่าย



นาที 56 ราชันชุดขาวน่าจะตีเสมอได้ เมื่อจ่ายบอลเร็วขึ้นมาแล้วจังหวะสุดท้าย แกเร็ธ เบล จิ้มให้ ลูก้า โมดริช วิ่งเข้าแปเน้นๆ บอลไปชนเสาเด้งออกมาอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่ มาร์ค-อันเดร แทร์ ชเตเก้น ยืนขาตายไปแล้ว

นาที 61 บาร์ซ่า น่าจะหนีห่างได้เช่นกัน เมื่อ อิวาน ราคิติช บรรจงวางยาวข้าม มาร์เซโล่ ให้ เซร์กี้ โรเบร์โต้ เติมขึ้นมาทางขวาของเขตโทษ แล้วกระดกไปหน้าประตูให้ หลุยส์ ซัวเรซ ตวัดยิงตามน้ำโดนบอลไม่ดี บอลไปแฉลบ มาร์เซโล่ ไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

3 นาทีถัดมา เจ้าบ้านได้ลุ้นอีก เมื่อ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ บรรจงชิพเข้าเขตโทษให้ จอร์ดี้ อัลบา เติมขึ้นมาตวัดยิงตามน้ำด้วยซ้าย บอลแฉลบ เซร์คิโอ รามอส ออกหลังไปหวุดหวิด

นาที 75 บาร์เซโลน่า หนีห่างเป็น 3-1 เมื่อ อุสมาน เดมเบเล่ ตัวสำรอง ลากบอลขึ้นมาจากกลางสนามแล้วจ่ายออกขวาให้ เซร์กี้ โรเบร์โต้ บรรจงตักบอลโด่งเข้าเขตโทษให้ หลุยส์ ซัวเรซ สะบัดโขกเล่นทาง ส่งบอลลอยผ่านมือ กูร์กตัวส์ เข้าไป



นาที 83 หลุยส์ ซัวเรซ มาทำแฮตทริกได้สำเร็จ เมื่อ เซร์คิโอ รามอส กระโดดพักอกพลาด เข้าทาง เซร์กี้ โรเบร์โต้ จ่ายเร็วให้ หลุยส์ ซัวเรซ หลุดไปชิพข้าม ติโบต์ กูร์กตัวส์ ง่ายๆ

นาที 87 บาร์เซโลน่า นำห่าง 5-1 เมื่อ อุสมาน เดมเบเล่ แตะหนี นาโช่ เฟร์นานเดซ ง่ายๆ ก่อนบรรจงชิพไปให้ อาร์ตูโร่ วิดาล ตัวสำรองอีกคนเทกตัวโขกโล่งๆ เข้าไป

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เรอัล มาดริด พลาดโอกาสได้ประตูไล่มาอีกอย่างเหลือเชื่อ เมื่อ คาริม เบนเซม่า หลุดเดี่ยวไปยิงด้วยซ้ายโล่งๆ แต่กลับซัดเฉี่ยวเสาออกหลังอย่างหมดราคา



จบเกม บาร์เซโลน่า ถล่ม เรอัล มาดริด 5-1 ทำให้ทีมของ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ แซง แอตเลติโก มาดริด กลับไปนำจ่าฝูง ลา ลีกา อีกครั้ง


รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ค-อันเดร แทร์ ชเตเก้น - เซร์กี้ โรเบร์โต้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็องต์ ล็องเกล้ต์, จอร์ดี้ อัลบา - อิวาน ราคิติช, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ (กัปตันทีม), อาร์ตูร์ (อาร์ตูโร่ วิดาล น.84) - ราฟินญ่า อัลกันตาร่า (เนลซอน เซเมโด้ น.69), หลุยส์ ซัวเรซ, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (อุสมาน เดมเบเล่ น.74)

เรอัล มาดริด (4-3-1-2) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ - นาโช่ เฟร์นานเดซ, ราฟาแอล วาราน (ลูกัส บาซเกซ น.46), เซร์คิโอ รามอส (กัปตันทีม), มาร์เซโล่ (มาเรียโน่ ดิอาซ น.82) - ลูก้า โมดริช, คาเซมิโร่, โทนี่ โครส - อีสโก้ - แกเร็ธ เบล (มาร์โก อาเซนซีโอ น.77), คาริม เบนเซม่า

ผู้ตัดสิน : โฆเซ่ มาเรีย ซานเชซ มาร์ติเนซ