10 ปีหลังฟอร์มเป็นไง?? ย้อนผลงาน ทีมชาติไทย เล่นเกมเหย้านอก ราชมังฯ

7 months ago
1,384 reads • 447 shares
10 ปีหลังฟอร์มเป็นไง?? ย้อนผลงาน ทีมชาติไทย เล่นเกมเหย้านอก ราชมังฯ
โดย:

ย้อนผลงาน ทีมชาติไทย 10 ปีหลังสุดกับการเล่นเกมเหย้าที่ไม่ใช่สนามราชมังคลากีฬาสถาน

ถือว่าเป็นช่วงเวลากว่า 10 ปีแล้ว ที่ ทีมชาติไทย ยึดเอา สนามราชมังคลากีฬาสถาน เป็นรังเหย้าเพื่อใช้แข่งในทัวร์นาเมนต์ต่างๆ

แต่ในขณะเดียวกันก็มีหลายแมตช์ที่ ทัพช้างศึก ขยับไปลงเล่นสนามใหญ่ๆ ตามต่างจังหวัดบ้างเพื่อเอาใจแฟนบอล

โดยล่าสุด ทีมชาติไทย ก็มีคิวใช้ สนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี ในเกมอุ่นเครื่องกับ ตรินิแดดและโตเบโก ซึ่งจะเป็นแมตช์อำลาของ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ด้วยในวันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคมนี้

และก่อนที่เกมการแข่งขันนี้จะเริ่มต้นขึ้น วันนี้เราขอพาแฟนบอลไปดูผลงาน ช้างศึก ว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมาที่พวกเขาไม่ได้ใช้ ราชมังฯ เป็นรังเหย้าผลจะออกมาเป็นอย่างไรบ้าง??

 

สนามกีฬาสุระกุล (ภูเก็ต)

คิงส์ คัพ 2009 : ลงเล่น 2 นัด

ไทย 2-1 เลบานอน

ไทย 2-2 เดนมาร์ก (ไทยแพ้จุดโทษ)

ทีมชาติไทย ตัดสินใจเลือก ภูเก็ต เป็นเจ้าภาพ โดยใช้สนามกีฬาสุระกุล ลงเล่นฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ 2009 ทั้งสองนัดเพื่อเป็นการกระจายแฟนบอล และให้แฟนบอลภาคใต้ได้ใกล้ชิดนักฟุตบอลทีมชาติบ้าง

โดยในรอบแรก ทัพช้างศึก ทำผลงานได้น่าพอใจทีเดียวด้วยการเฉือน เลบานอน ไป 2-1 ทะลุเข้าไปชิงชนะเลิศกับ เดนมาร์ก ที่ตอนนั้นเรียกได้ว่าขนชุดใหญ่มาเกือบเต็มสูบ

เอาเข้าจริง ทัพช้างศึก น่าจะชนะได้ตั้งแต่ 90 นาทีแล้ว แต่ดันพลาดโดน ทีมโคมนม ตามตีเสมอ 2-2 ในช่วงนาทีสุดท้าย

ก่อนจะเป็นทีมจากยุโรป ที่แม่นกว่าชนะจุดโทษไปได้อย่างหวุดหวิด 5-3 พลาดป้องกันแชมป์เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกันอย่างน่าเสียดาย

 

นิว ไอโมบาย สเตเดี้ยม (บุรีรัมย์)

คัดบอลโลก 2014 : ไทย 1-0 ปาเลสไตน์ (ปี 2011)

ศึกคัดบอลโลก 2014 รอบสอง ทีมชาติไทย มีคิวลงเล่นเลกแรกกับ ปาเลสไตน์ ที่น่าสนใจคือเกมนี้เลือกใช้รังเหย้าของ บุรีรัมย์ พีอีเอ ในเวลานั้นเป็นสังเวียนแข่งขัน

ซึ่งด้วยความคึกคักของทีมในเวลานั้น บวกกับบอลไทยลีกที่กำลังบูมขึ้น ทำให้มียอดผู้ชมมากกว่า 20,000 คนเลยทีเดียว

โดยเกมนี้ ทัพช้างศึก สามารถเฉือน ปาเลสไตน์ ไปได้ 1-0 จากประตูชัยของ จักรพันธ์ แก้วพรม ตั้งแต่ต้นเกม และน่าจะชนะได้ 2 ประตูด้วย หาก สุเชาว์ นุชนุ่ม ยิงจุดโทษไม่พลาด

ก่อนที่ในเลกสอง ไทยสามารถบุกไปเสมอกับ ปาเลสไตน์ ได้ถึงถิ่น ทำให้ตอนนั้น ทีมชาติไทย ได้ทะลุเข้าสู่รอบคัดเลือกรอบสามทันที

 

สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี

คิงส์คัพ 2013 : ลงเล่น 2 นัด

ไทย 1-3 ฟินแลนด์

ไทย 2-2 เกาหลีเหนือ

หลังจากแฟนบอลต่างจังหวัดเริ่มน้อยใจที่บอลไทยเล่นแต่ที่กรุงเทพ ทำให้ คิงส์คัพ 2013 ก็ยกพลกันไปลุยถึง เชียงใหม่ โดยใช้สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เป็นสังเวียน

และแน่นอนว่าด้วยความเป็นเมืองท่องเที่ยวอยู่แล้ว ทำให้มีแฟนบอลเข้าไปเรียกได้ว่าเต็มความจุเลยทีเดียว

แต่เมื่อพูดถึงผลการแข่งขันก็อาจมีเซ็งเล็กน้อยหลัง ทีมชาติไทย พลาดแพ้ ฟินแลนด์ ตั้งแต่รอบแรกทำให้ต้องไปลุ้นแย่งที่ 3 กับเกาหลีเหนือ

ก่อนจะจบ 90 นาทีด้วยการเสมอกันไป 2-2 ทำให้ครองที่สามร่วมกัน ซึ่งหากนับในเวลานั้น ทัพช้างศึก ไม่สามารถคว้าแชมป์คิงส์คัพมาได้ถึง 4 สมัยติดต่อกันเข้าไปแล้ว

 

สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (นครราชสีมา)

ไทย 3-0 ฟิลิปปินส์ (อุ่นเครื่องปี 2014)

ทีมชาติไทย เลือก นครราชสีมา เป็นที่เก็บตัวเพื่อเตรียมลุย ซูซูกิ คัพ 2014 ทำให้พวกเขาวางเกมอุ่นเครื่องไว้ที่นั่นเลยถึง 3 เกม (นครราชสีมา, ฟิลิปปินส์, นิวซีแลนด์)

โดยในเกมแรก ทัพช้างศึก ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมไล่ถล่ม ฟิลิปปินส์ ไปอย่างขาดลอย 3-0 จากการยิงของ มงคล ทศไกร, ประกิต ดีพร้อม และ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ท่ามกลางแฟนบอลโคราชที่มาใ้กำลังใจกันกว่าหมื่นคนเลยทีเดียว

 

สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (นครราชสีมา)

ไทย 2-0 นิวซีแลนด์ (อุ่นเครื่องปี 2014)

จากนั้นไม่นาน ทีมชาติไทย ก็มีคิวลงอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายก่อนลุย ซูซูกิ คัพ ดวลการดวลกับทีมเบอร์หนึ่งของโซนโอเชียเนียอย่าง นิวซีแลนด์ ที่มีดาวดังอย่าง คริส วู้ด นำทีมมาในเวลานั้น

แต่กลายเป็นว่า ทัพช้างศึก หกัลท็อปฟอร์มต่อหน้าแฟนบอลหลักหมื่นอีกครั้งด้วยการไล่อัด ขุนพลแดนกีวี ไป 2-0 จากการยิงของ กีรติ เขียวสมบัติ และ อดิศักดิ์ ไกรษร

เก็บชัยรวดสามนัดที่สนาม เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ก่อนจะสร้างความสำเร็จต่อเนื่องด้วยการคว้าแชมป์ซูซูกิ คัพ 2014 ได้อย่างยิ่งใหญ่

 

สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (นครราชสีมา)

คิงส์คัพ 2015 : ลงเล่น 3 นัด

ไทย 3-1 ฮอนดูรัส U-20

ไทย 2-5 อุซเบกิสถาน U23โอลิมปิก

ไทย 0-0 เกาหลีใต้ U23โอลิมปิก

หลังจากประสบความสำเร็จ และติดใจในเกมอุ่นเครื่องปี 2014 โดยเฉพาะแฟนบอลที่เข้ามาชมกันอย่างมากมาย ทีมชาติไทย ก็เลือกสนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จัดคิงส์คัพ 2015 ด้วยทันที

ในปีนี้ คิงส์คัพ จัดเป็นการแข่งขันแบบพบกันหมดซึ่ง ทัพช้างศึก ออกสตาร์ทอย่างยอดเยี่ยมอัด ฮอนดูรัส ชุดU20 ไปแบบสบาย 3-1 ก่อนจะพลาดท่าแพ้ อุซเบกิสถาน ชุดปรีโอลิมปิกแบบเละเทะ 2-5 ทำให้นัดสุดท้ายต้องชนะ เกาหลีใต้ เท่านั้นถึงจะคว้าแชมป์ได้

โดยรูปเกม ไทย ก็มีโอกาสสูงทีเดียวที่จะคว้าชัยมาได้ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเจาะตาข่ายทีมโสมขาวได้ ทำให้จบด้วยการคว้าอันดับสองพลาดการคว้าแชมป์มาครองเป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกันแล้ว

 

สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (นครราชสีมา)

ไทย 2-0 สิงคโปร์ (อุ่นเครื่อง ปี 2015)

ตอนแรก ทีมชาติไทย มีคิวใช้สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน ในเกมอุ่นเครื่องกับ สิงคโปร์ แต่ด้วยตอนนั้น AFC ไม่อนุญาตเนื่องจากช่วงปลายเดือนนั้นจะมีการจัด U-23 ชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก

ทำให้ ทัพช้างศึก ต้องยกพลไปใช้สนามที่ โคราช อีกครั้ง ซึ่งก็ยังได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามในสนาม โดยเกมนี้เราต้องรอถึงช่วง 5 นาทีสุดท้ายกว่าจะมาได้ 2 ประตูจาก สุทธินันท์ พุกหอม และ ปกเกล้า อนันต์ ทำให้ ทีมชาติไทย เปิดบ้านอัด สิงคโปร์ ไปแบบนิ่มๆ 2-0

 

สนามศุภชลาศัย (กรุงเทพมหานคร)

ไทย 0-1 เกาหลีใต้ (อุ่นเครื่อง ปี 2016)

ถือว่าเป็นแมตช์ใหญ่ทีเดียวที่เจอกับยักษ์ใหญ่เอเชียอย่าง เกาหลีใต้ ที่ขนชุดเกือบเต็มมา แต่ด้วยสาเหตุที่ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ติดจัดงานครอบรอบ 46 ปีของช่อง 3

ทำให้เกมดังกล่าวต้องโยกมาฟาดแข้งกันที่ สนามศุภชลาศัย แทนซึ่งกระแสก่อนแข่งยอดเยี่ยมสุดๆ ขายตั๋วเกลี้ยงภายในเวลา 1 ชั่วโมงเท่านั้น

โดยเกมนี้ ทัพโสมขาว ได้ประตูออกนำไวตั้งแต่ต้นเกม หลังจากนั้นแม้ ไทย จะพยายามอย่างหนัก แต่ก็ไม่สามารถทวงประตูคืนได้ทำให้ต้องพลาดท่าไปอย่างหวุดหวิด

 

เอสซีจี สเตเดี้ยม (นนทบุรี)

ไทย 1-0 เคนยา (อุ่นเครื่อง ปี 2017)

สาเหตุหลักก็มาจาก สนามราชมุงคลากีฬาสถาน ติดใช้งานในช่วงเวลานั้นพอดี ทำให้ ทีมชาติไทย ต้อนโยกไปใช้ เอสซีจี สเตเดี้ยม รังเหย้าของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แทนในตอนนั้น

เกมนี้ถือว่าแฟนบอลไทยให้ความสนใจมากทีเดียว เพราะนี่เป็นแมตช์ที่จัดขึ้นให้ ดัสกร ทองเหลา ลงเล่นทีมชาติเป็นนัดที่ 100 ด้วย

แถมเป็นการเจอกันของชุดใหญ่เกือบเต็มทั้งคู่ สุดท้าย ทัพช้างศึก ก็คว้าชัยไปครองได้สำเร็จจากประตูชัยของ ธีรศิลป์ แดงดา ในช่วงครึ่งหลัง