Fact หลังเกม : 5 จุดที่ต้องพูดถึงหลังเกมที่ บีจี เฉือน บุรีรัมย์ ทะลุชิงลีกคัพ

2 months ago
2,148 reads • 889 shares
Fact หลังเกม : 5 จุดที่ต้องพูดถึงหลังเกมที่ บีจี เฉือน บุรีรัมย์ ทะลุชิงลีกคัพ
โดย:

5 เรื่องที่ต้องพูดถึงหลังเกมโตโยต้า ลีกคัพ 2018 ที่ บุรีรัมย์ พลาดท่าแพ้ บางกอกกล๊าส 1-2 ตกรอบตัดเชือก

จบลงไปแบบช็อคแฟนบอลเหมือนกันหลังว่าที่แชมป์ไทยลีก 2018 อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่หวังจะทวงแชมป์ โตโยต้า ลีกคัพ คืนให้ได้

กลับต้องพลาดท่าแพ้ บางกอกกล๊าส เอฟซี ไปในช่วงท้ายเกมซะอย่างงั้น ทำให้ปีนี้จะเป็นการเข้าชิงบอลถ้วใบนี้ครั้งแรกของ บีจี ทันที

และนี่คือ 5 จุดที่ต้องพูดถึงหลังเกมรอบตัดเชือก ลีกคัพ เมื่อคืนที่ผ่านมา!!

 

บีจีวิ่งสู้ฟัดทุกคน

ต้องยอมรับเลยว่าก่อนเกมแฟนบอลทั้งประเทศคงยกให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เหนือกว่าอยู่ทุกอย่าง ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดุดันทั้งซีซั่น ทัพปราสาทสายฟ้า นี่แหละคือเต็งหนึ่งของรายการนี้อย่างแท้จริง

แต่ บางกอกกล๊าส เอฟซี ที่เป็นรองกลับใช้ความขยัน และมีวินัย วิ่งสู้ฟัด แบบไม่หมดตลอดทั้งเกม ทำให้ บุรีรัมย์ ก็มีจังหวะไปไม่เป็นอยู่เหมือนกันจากการเข้าเพรสซิ่งเร็ว จนในที่สุดใจที่เกินร้อยก็นำมาซึ่งชัยชนะที่ยอดเยี่ยมเหลือเกิน

 

บุรีรัมย์ล้าชัดเจน

เห็นได้ชัดเลยว่า 10 จาก 11 คนในชุดตัวจริงของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เกมเมื่อคืนยกชุดมาจากเกมไล่ถล่ม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทั้งหมด

นอกจากนั้นผู้เลนเหล่านี้ก็ต่างลงสนามให้กับทีมมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงที่เตะพุธ กับ สุดสัปดาห์ติดๆ แบบนี้

ทำให้ฝั่ง ทัพปราสาทสายฟ้า ดูล้าๆ กันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ที่เกมนี้แทบจะไม่เห็นจังหวะลากเลื้อย หรือกระชากสวยๆ เลย

ด้วยปัจจัยทางร่างการที่กรำศึกมาอย่างหนัก บวกกับ บางกอกกล๊าส ที่ไล่บีบ วิ่งสู้ฟัด ก็ยิ่งทำให้ บุรีรัมย์ เรี่ยวแรงหายไปอีก ทำให้การจะมาเร่งช่วงท้ายเกมก็ดูจะเป็นเรื่องยากเหมือนกัน

 

เซราะกราวช็อตไปดื้อๆ

แม้ บางกอกล๊าส เอฟซี จะขึ้นนำไปก่อนตั้งแต่ต้นเกม แต่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็ไล่ตามตีเสมออย่างทันควัน และมีโอากาสที่จะแซงนำหลายหนเหมือนกันในช่วงครึ่งแรก

แต่แล้ว ทัพปราสาทสายฟ้า ก็ดูช็อตไปดื้อๆ ในช่วงครึ่งหลัง เห็นได้ชัดเลยว่าจังหวะทำเกมบุกขึ้นไปแล้ว มองซ้าย มองขวาแทบจะไม่มีเพื่อนเติมไปช่วยเลย

ซึ่งแน่นอนว่าการมีตัวรุกอยู่ฝั่งตรงข้ามแค่ 2-3 คนในช่วงเวลาทำเกมขึ้นไปก็ต้องชะลอเพื่อรอเพื่อน หรือไม่ก็เสียบอลไปแบบง่ายๆ จากการรุมแย่งบอลของแนวรับบีจี

และแน่นอนว่าการไม่บุกเพื่อทำประตู ก็ทำให้ บางกอกกล๊าส กล้าที่จะเติมเกมรุกมากขึ้นจนได้ประตูชัยช่วงท้ายเกม

 

ทีเด็ดบาลา

ก่อนหน้านี้ในเกมไทยลีก ดาวิด บาลา ก็มักรับบทซูเปอร์ซับของทีม และลงมายิงประตูสำคัญๆ ให้ บางกอกกล๊าส อยู่บ่อครั้ง

เช่นเดียวกับเมื่อคืนนี้เขาถูกส่งลงมาช่วงนาที 67 และหลังจากนั้นเห็นได้ชัดเลยว่า บีจี ดูจะมีความวูบวาบในเกมรุกขึ้นอย่างชัดเจน

บาลา ใช้เวลาในสนามแค่ 17 นาที ก็จัดการซัดประตูชัยให้ ทัพบลูแมชชีน ได้ชนิดที่ว่าแฟนบอลสะใจกันทั้งสนาม

และบางทีด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมแบบนี้มีโอกาสสูงทีเดียวที่ บางกอกกล๊าส จะเก็บเขาไว้กับทีมต่อในฤดูกาลหน้าก็ได้

 

บุรีรัมย์เปลี่ยนตัวช้าไปนิด

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้องโชคร้ายตั้งแต่กลางครึ่งแรกเมื่อ สุภโชค สารชาติ ได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนทำให้ต้องเปลี่ยนตัวแรกอย่างไว

แต่หลังจากนั้น โบซิดาร์ บันโดวิช ก็ไม่มีการขยับตัวสำรองเลย ทั้งๆ ที่ดูแล้วก็มีหลายคนที่อ่อนล้าไปเหมือนกัน

กว่าจะเลือกส่ง ปาตินโญ่ ลงสนามก็ต้องรอให้ บางกอกกล๊าส ยิงนำไปซะก่อน ทำให้เวลาที่เหลืออีก 4 นาที (ไม่รวมทดเวลา) มันก็น้อยเกินไปที่จะทวงประตูคืนได้ทัน

 

 

แม้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะได้รับการยกย่องให้เป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศไทย แต่ทีมอย่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี ก็ทำให้เห็นแล้วว่าไม่ว่าจะเก่งแค่ไหนก็แพ้ได้เหมือนกัน

ทำให้ โตโยต้า ลีกคัพ ปีนี้ไม่ว่าแชมป์จะเป็นของ บางกอกกล๊าส เอฟซี หรือ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เราก็จะมีแชมป์หน้าใหม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน!!