บุรีรัมย์ย้ำแค้น!! กิเลนพังคาถิ่น 0-3 เซราะกราวชนะเสาร์หน้า แชมป์ทันที

2 months ago
1,674 reads • 1,137 shares
บุรีรัมย์ย้ำแค้น!! กิเลนพังคาถิ่น 0-3 เซราะกราวชนะเสาร์หน้า แชมป์ทันที
โดย:

ศึกบิ๊กแมตช์ ไทยลีก 2018 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แพ้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 0-3

ไทยลีก 2018 นัดที่ 30

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 0-3 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ศึกไทยลีก 2018 นัดบิ๊กแมตช์ ที่ เอสซีจี สเตเดี้ยม เจ้าถิ่น เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 3 ของตาราง เปิดบ้านรับมือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมแชมป์เก่าและจ่าฝูง ซึ่งขอแค่ชนะอีก 2 นัดจาก 5 เกมที่เหลือจะป้องกันแชมป์ทันที โดยไม่ต้องสนผลการแข่งขันคู่อื่น

ราโดวาน เคอร์ซิช เฮดโค้ชชาวเซอร์เบียของทีมเจ้าถิ่น จัดระบบ 4-3-3 วาง เฮแบร์ตี้ แฟร์นันเดส, ชาช่า และ วีระวุฒิ กาเหย็ม ประสานงานกันในแดนหน้า

ขณะที่ โบซิดาร์ บันโดวิช กุนซือบุรีรัมย์ ส่ง ศุภชัย ใจเด็ด กองหน้าดาวรุ่งฟอร์มแรงลงยืนหน้าต่ำ อยู่หลังคู่หัวหอกต่างชาติอย่าง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต และ ออสวัลโด้ ฟิลโญ่ ในระบบ 3-4-1-2



นาทีที่ 9 เจ้าบ้านน่าจะได้ประตูขึ้นนำก่อน เมื่อ สารัช อยู่เย็น ครอสจากขวาเข้าไปในเขตโทษให้ ชาช่า พักบอลลงก่อนยิงจิ้มด้วยซ้าย บอลไปโดนเสาเหลี่ยมนอกเด้งออกมาอย่างน่าเสียดาย

อย่างไรก็ตาม หลังจากผู้ตัดสินไปดูภาพช้าจาก VAR ก็กลับมาให้ใบเหลือง ชาช่า เพราะมองว่าเจตนากระโดดกางแขนใส่ ศศลักษณ์ ไหประโคน นั่นหมายความว่าต่อให้ยิงเข้า เมืองทอง ก็จะไม่ได้ประตูอยู่ดี

นาที 32 เมืองทอง ได้เสียว เมื่อ สารัช อยู่เย็น ล็อกบอลเข้าเท้าซ้าย ก่อนเปิดจากบริเวณฝั่งขวาเข้าไปหน้าประตู แต่ เฮแบร์ตี้ พลาดโอกาสได้โหม่งเน้นๆ เพราะโดน อันเดรส ตูเญซ ประกบไว้ติดหนึบ

นาที 34 เป็นโอกาสลุ้นของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บ้าง เมื่อ ศศลักษณ์ ไหประโคน ลากตัดจากขวามาหามุมกดด้วยซ้ายเน้นๆ บอลเกือบเข้าเสาแรก แต่ กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล พุ่งปัดออกไปได้



นาที 39 บุรีรัมย์ ได้ประตูบุกนำก่อน 1-0 เมื่อ ออสวัลโด้ ฟิลโญ่ จ่ายบอลในเขตโทษฝั่งขวาไปติด อี โฮ แล้วแฉลบ วัฒนา พลายนุ่ม ไปเข้าทาง กรกช วิริยอดุมศิริ แปด้วยซ้ายโล่งๆ เข้าไปง่ายๆ 

จบครึ่งแรก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ตามหลัง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 0-1

ครึ่งหลัง นาที 50 บุรีรัมย์ เกือบได้ประตูที่ 2 เมื่อ ออสวัลโด้ เหลือบเห็น กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล ออกมาห่างจากเส้นประตู จึงเอี้ยวตัวซัดไกลด้วยซ้าย แต่บอลเฉี่ยวคานลอยไปตกบนตาข่ายด้านบน

นาที 68 เจ้าบ้านลุ้นตีเสมอได้ จากจังหวะหามุมยิงด้วยขวาของ ชาช่า แต่ซัดไปตรงตัว ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน

ถัดมาแค่นาทีเดียว บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะโต้กลับ แล้ว จักรพันธ์ แก้วพรม จ่ายทะลุช่องขึ้นหน้าให้ ออสวัลโด้ ฟิลโญ่ หลุดไปซัดด้วยซ้าย ส่งบอลเสียบเสาเข้าไปอย่างเฉียบขาด

นาทีสุดท้ายของเกม เจ้าถิ่นมาได้จุดโทษ หลังจาก ชาช่า โดน พรรษา เหมวิบูลย์ เบียดล้มลง ก่อนที่ เฮแบร์ตี้ แฟร์นันเดส รับหน้าที่ยิงด้วยซ้ายไปติดเซฟของ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน อีก 

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทีมเยือนได้ประตูปิดท้ายเป็น 3-0 เมื่อ กรกช วิริยอุดมศิริ ครอสด้วยเท้าขวาจากฝั่งซ้ายไปหน้าประตูให้ ยู จุน ซู ขวิดเข้าไปโล่งๆ แบบไร้คนประกบ

จบเกม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกชนะ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 3-0 ทำให้ทิ้งห่าง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 9 แต้มเท่าเดิม โดยเหลือโปรแกรมอีกเพียง 4 นัด และ บุรีรัมย์ มีเฮดทูเฮดที่เหนือกว่า

นั่นหมายความว่า หากทีมเซราะกราวเปิดบ้านชนะ โปลิศ เทโร เอฟซี ได้ในวันเสาร์หน้า จะป้องกันแชมป์ไทยลีกได้อีกสมัยทันที

ส่วนชัยชนะของ บุรีรัมย์ นัดนี้ เป็นการชนะที่สนาม เอสซีจี สเตเดี้ยม แบบขาดลอยที่สุดของทีมปราสาทสายฟ้าด้วย

 

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด (4-3-3) : กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล - ทริสตอง โด, นาโออากิ อาโอยามะ (อดิศร พรหมรักษ์ น.31), อี โฮ, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา (ปรเมศย์ อาจวิไล น.61) - สารัช อยู่เย็น (กัปตันทีม), วัฒนา พลายนุ่ม, ชาริล ชัปปุยส์ (อดิศักดิ์ ไกรษร น.87) - เฮแบร์ตี้ แฟร์นันเดส, ชาช่า, วีระวุฒิ กาเหย็ม

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (3-4-1-2) : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน - ชิติพัทธ์ แทนกลาง, อันเดรส ตูเญซ, พรรษา เหมวิบูลย์ - ศศลักษณ์ ไหประโคน, จักรพันธ์ แก้วพรม (กัปตันทีม), รัตนากร ใหม่คามิ, กรกช วิริยอุดมศิริ - ศุภชัย ใจเด็ด (ยู จุน ซู น.75) - ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต, ออสวัลโด้ ฟิลโญ่ (สุภโชค สารชาติ น.85)