Fact หลังเกม : 5 จุดที่ต้องพูดถึงเกม บุรีรัมย์ แม่นโทษดับ แบงค็อก 8-7

1 year ago
2,702 reads • 1,133 shares
Fact หลังเกม : 5 จุดที่ต้องพูดถึงเกม บุรีรัมย์ แม่นโทษดับ แบงค็อก 8-7
โดย:

5 จุดที่ต้องพูดถึงจากเกมบิ๊กแมตช์ ช้าง เอฟเอ คัพ 2018 ที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านชนะจุดโทษ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 8-7

จบลงไปแบบสุดมันส์จริงๆ สำหรับศึกช้าง เอฟเอ คัพ 2018 รอบ 64 ทีมสุดท้ายเมื่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านชนะจุดโทษ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ไปอย่างลุ้นระทึก 8-7 หลังเล่นครบ 120 นาทียังเสมอกันอยู่ 0-0

ต้องบอกเลยเลยว่าน่าเสียดายเหมือนกันที่ทีมยักษ์ใหญ่ต้องมาตัดกันเองตั้งแต่รอบแรก แต่นั่นแหละคือสเน่ห์ของบอลถ้วย

และนี่คือ 5 ประเด็นสำคัญจากเกมที่ ช้าง อารีน่า ที่น่าพูดถึงเหลือเกิน!!

 

บียูใช้ระบบแปลกๆ

น่าสนใจเหมือนกันกับ 11 ผู้เล่นตัวจริงของ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ใช้ระบบหลังสาม แต่กลับอัดแผงกลางแน่นถึง 4 คนอย่าง สรรวัชญ์ เดชมิตร, แอนโทนี่ อำไพพิทักษ์วงศ์, เมห์ดาด ปูลาดี้ และ สุมัญญา ปุริสาย

โดยไม่มีตัววิงแบ็กเลยมาช่วยแนวรับ ซึ่งนั่นเองก็ทำให้โดน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เจาะทางริมเส้นบ่อยมากจนเกือบเสียประตู

ซึ่งก็น่าแปลกทีเดียวว่าทำไม มาโน่ โพลกิ้ง เลือกใช้แผนนี้ที่ดูจะไม่คุ้นชินกันเลยทั้งที่ทีมก็มีวิงแบ็กอาชีพอยู่หลายคน

แต่อย่างไรก็ตามการอัดแผงกลางแน่นแบบนี้ก็ยังส่งผลดีที่ทำให้ บุรีรัมย์ ไม่สามารถขึ้นเกมรุกตามถนัดได้มากนักจากแดนกลาง

 

วรุฒ เซฟยับ!!

หากจะหา แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนี้จริงๆ ก็น่ายกให้นายทวารมือสองของแข้งเทพอย่าง วรุฒ เมฆมุสิก เหลือเกิน หลังช่วยทีมไม่ให้เสียประตูไว้ได้ตลอด 120  นาที

ตลอดทั้งเกม วรุฒ เซฟจังหวะสำคัญๆ ไว้ได้ไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง โดยเฉพาะจังหวะซัดจ่อๆของ จักรพันธ์ แก้วพรม ในช่วงปลายครึ่งหลัง

และจังหวะโขกของ อันเดรส ตูเญซ ช่วงต่อเวลาพิเศษ ที่กำลังจะพุ่งตุงตาข่ายไปแล้ว แต่เขาก็ยังบินเซฟไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ

แถมในช่วงดวลจุดโทษก็ยังหยุดลูกยิงของ พรรษา เหมวิบูลย์ ไว้ได้อีกจนทำให้ทีมไม่เสียเปรียบอีกครั้ง แม้ท้ายที่สุดแล้ว แบงค็อก จะแพ้ไปก็ตาม!!

 

ไร้ตัวช่วยดิโอโก้-ออสวัลโด้

เหมือนปัญหาเดิมที่ บุรีรัมย์ ยังแก้ไม่ได้นักเมื่อแนวรุกของทีมยังเป็นภาระของ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต และ ออสวัลโด้ มากเกินไป

โดยที่แดนกลางไม่ค่อยได้เติมขึ้นมาช่วยเกมรุกกันมากนักจะมีก็เพียง จักรพันธ์ แก้วพรม ที่รับบทจอมทัพขึ้นมาสร้างสรรค์เกมบ้าง

ต่างกับริมเส้นอย่าง กรกช วิริยอุดมศิริ และ ศศลักษณ์ ไหประโคน ที่ขึ้นสุดลงสุด เติมเกมสุดมันส์จนสร้างโอกาสครอสได้หลายต่อหลายครั้ง

แต่เมื่อในกรอบเขตโทษมีเป้าให้น้อยเกินไปมันก็ยากที่จะมีจังหวะทำประตูได้ บางทีหาก โบชิดาร์ บันโดวิช ลองปรับเปลี่ยนอะไรอีกสักนิด ทัพปราสาทสายฟ้า น่าจะกลับมาดุดันเหมือนเดิมก็ได้

 

จุดโทษโคตรลุ้น!!

สมราคาบิ๊กแมตช์จริงๆ หลังทั้งสองทีมต้องวัดกันถึงช่วงดวลจุดโทษ​แต่คงไม่มีใครคิดว่ากว่าจะหาผู้ชนะได้ต้องรอไปถึงคนที่ 9 ของทีมเลยทีเดียว

ซึ่งแต่ละลูกที่ยิงเข้ากันนั้นต้องบอกเลยว่าคมกริบสุดๆ ชนิดที่ผู้รักษาประตูหมดสิทธิ์เซฟแน่นอน ทางเดียวที่จะรับได้คือต้องไปยืนรอตรงนั้นอย่างเดียว

โดยเฉพาะ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ที่รับหน้าที่สังหารเป็นคนที่ 5 ของบุรีรัมย์ ก็ยังเยือกเย็นเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน

แต่เมื่อดูชื่อคนซัดพลาดแล้วอาจจะมีตกใจกันบ้างเพราะทั้ง วานเดอร์ หลุยส์ และ สุมัญญา ปุริสาย นี่แหละคือตัวทีเด็ดของแบงค็อกอย่างแท้จริง

และนี่แหละคือการดวลจุดโทษฝีเท้าอาจมีส่วนสำคัญก็จริง แต่หัวจิตหัวใจคนยิงนี่แหละที่ต้องมั่นใจยิ่งกว่าเท้าหากต้องการเป็นผู้ชนะ

 

เจอกันต่อบอลลีก!!

เรียกได้ว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จัดเต็มส่งชุดใหญ่ลงแบบฟูลทีมในเกมเมื่อคืนนี้ ต่างกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ดูแล้วเหมือนจะกั๊กอะไรไว้หรือเปล่าก็ไม่รู้

เพราะสุดสัปดาห์นี้ทั้งสองทีมมีคิวเจอกันอีกครั้งในศึกไทยลีก 2018 ซึ่งต้องบอกเลยว่าโคตรสำคัญ เพราะถ้าเจ้าถิ่นคว้าชัยได้จะทิ้งห่างเป็น 4 แต้มทันที

แต่กลับกันหากเป็น บียู ที่เก็บชัยได้ก็จะทำให้พวกเขาแซงนำจ่าฝูงได้อีกครั้ง และเกมเมื่อคืนนี้ก็ดันลงเล่นกันซะครบ 120 นาที

แน่นอนว่าความอ่อนล้าน่าจะมีผลมากทีเดียวในเกมลีก และจากที่ เซราะกราว ไม่เก็บตัวไว้แบบนี้บางทีอาจส่งผลถึงเกมวันเสาร์นี้ก็ได้ แต่ไม่แน่เหมือนกันว่า บันโดวิช อาจมีแผนอะไรรออยู่ก็ได้??

 

จริงอยู่ที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือทีมที่แฟนบอลทั้งประเทศยกให้เป็นเบอร์ 1 ของไทย แต่ต้องยอมรับเลยว่าตอนนี้ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ก็พร้อมแล้วที่จะมาท้าชิงความยิ่งใหญ่ในปีนี้

แม้พวกเขาจะร่วงบอลถ้วยไปเมื่อคืนนี้ แต่สุดสัปดาห์นี้ก็ยังมีเกมให้แก้มืออีกครั้ง และนี่อาจจะเป็นเกมสำคัญอีกนัดหนึ่งของซีซั่นนี้ก็ว่าได้!!