ยักษ์ชนยักษ์เพียบ!! 9 ประเด็นเด็ด 3 บิ๊กแมตช์ ไทยลีก 2018 นัดที่ 11

9 months ago
1,229 reads • 1,358 shares
ยักษ์ชนยักษ์เพียบ!! 9 ประเด็นเด็ด 3 บิ๊กแมตช์ ไทยลีก 2018 นัดที่ 11
โดย:

9 ประเด็นไฮไลท์ 3 บิ๊กแมตช์ศึกไทยลีก 2018 ประจำนัดที่ 11

ศึกไทยลีก 2018 กลับมาลงสนามกันอีกครั้งเป็นนัดที่ 11 หลังพักเบรกให้ช่วงสงกรานต์ไปราวๆ 1 สัปดาห์

ที่น่าสนใจคือสัปดาห์นี้มีบิ๊กแมตช์ใหญ่ถึง 3 คู่ 3 วัน ดูกันยาวๆ ตั้งแต่คืนวันศุกร์ จนถึงวันอาทิตย์เลยทีเดียว

และนี่คือ 9 ประเด็นที่น่าสนใจเกมยักษ์ใหญ่บู๊กัน รับรองว่ามันส์แน่นอน!!

 

บางกอกกล๊าส เอฟซี พบ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

วันที่ 20 เมษายน 2018 เวลา 20.00 น.

แข้งไทยบียูกำลังฮอต

นักเตะไทยเวลานี้คงไม่มีใครร้อนแรงไปกว่า สุมัญญา ปุริสาย ที่ซัดให้ แข้งเทพ ไปแล้ว 6 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์ แถมมีทีเด็ดฟรีคิกไปแล้วอีก 2 เม็ดด้วย ทั้งที่เล่นตำแหน่งกองกลาง

นอกจากนั้น สรรวัชญ์ เดชมิตร ก็กำลังกลับสู่ช่วงมั่นใจอีกครั้งหลังเพิ่งจัดไป 2 แอสซิสต์ในเกมล่าสุดที่เปิดบ้านชนะ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 2-0

เช่นเดียวกับ ธีรเทพ วิโนทัย กองหน้าจอมเก๋าที่ปีนี้ยึดตัวหลักให้กับทีมอย่างต่อเนื่องก็ยิงไป 1 จ่ายไป 2 แล้วด้วย

ต่างกับ บางกอกกล๊าส ที่ใช้เงินมากถึง 30 ล้านบาทกระชาก ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ มาเสริมแดนกลางแต่เหมือนพวกเขาจะใช้งานไม่ตรงจุดมากนัก ทำให้ เจ้านิว ยังไม่อยู่ในฟอร์มที่พีคเหมือนเดิม

แถมล่าสุดมีข่าวว่า แมตต์ สมิธ, โตติ และ ฐิติพันธ์ ยังต้องรอเช็คอาการบาดเจ็บก่อนลงสนามด้วย

 

บียูกำลังคัมแบ็ก

เป็นการโคจรมาพบกันในช่วงเวลาที่ดีสำหรับ แบงค็อก จริงๆ หลังพวกเขาชนะมา 2 เกมติดต่อกัน พร้อมขึ้นไปรั้งที่ 3 ของตารางแล้ว

ต่างกับเจ้าถิ่น บางกอกกล๊าส ที่ยังคงรักษาฟอร์มให้คงเส้นคงวาไม่ได้เลยหลัง 5 นัดหลัง ชนะ 1 แพ้ 2 เสมอ 2 จนค่อยๆ หล่นกลับไปอยู่ที่ 13 ของตาราง ห่างโซนตกชั้นแค่ 2 แต้มแล้ว

แม้ดูหลายๆ อย่าง กระต่ายแก้ว จะเป็นรอง แข้งเทพ มากมาย แต่ต้องไม่ลืมว่า เจ้าบ้านก็เคยล้ม การท่าเรือ เอฟซี ที่ฟอร์มแรงๆ สุดๆ ในช่วงต้นซีซั่นมาแล้ว ที่ ลีโอ สเตเดี้ยม แห่งนี้

 

บีจีแพ้ในบ้านครั้งเดียว

จากสถิติการพบกันของทั้งสองทีมบนเวทีไทยลีก 14 ครั้ง ถือว่าสูสีทีเดียวเพราะ บางกอกกล๊าส ชนะไป 6 ครั้ง ส่วน แบงค็อก คว้าชัยไป 5 ครั้ง และลงเอยด้วยการเสมอกันไป 3 ครั้ง

แต่ที่น่าสนใจคือ กระต่ายแก้ว เคยแพ้คาบ้านต่อแข้งเทพไปเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้นในปี 2016 จากการยิงของ เจย์ซี จอห์น ที่ตอนนี้ย้ายไปอยู่กับ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี แล้ว

และเมื่อดูจากผลการแข่งขันทั้งหมดแล้วมีถึง 9 ครั้ง ที่ทีมที่เล่นเป็นเจ้าบ้าน จะเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะได้ ทำให้เกมนี้ไม่ง่ายเหมือนกันที่ แข้งเทพ จะบุกคว้าสามแต้มกลับไปง่ายๆ

 

ชลบุรี เอฟซี พบ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

วันที่ 21 เมษายน 2018 เวลา 19.00 น.

เมืองทองไร้พ่าย 5 นัด ตั้งแต่ "โค้ชใหม่" คุม

กลับเจ้าสู่ช่วงที่มีความมั่นใจอีกครั้งแล้วสำหรับ เมืองทอง หลังพวกเขาไม่แพ้ใครติดต่อกัน 5 เกมแล้วนับตั้งแต่บุกพ่าย พีที ปะจวบ เอฟซี 1-6 ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ที่สำคัญการคว้า 11 คะแนนจาก 5 นัด ภายใต้การคุมทีมของ "โค้ชใหม่" สันติ ไชยเผือก ทำให้ กิเลนผยอง ขยับจากกลางตารางขึ้นมาติดท็อป 4 ได้สองสัปดาห์แล้ว

ดูเหมือนว่า เมืองทองฯ ตอนนี้จะลงตัวขึ้นเรื่อยๆ แม้จะเพิ่งสะดุดเสมอ สุพรรณบุรี ไป แต่เมื่อดูผลงานโดยรวมช่วงหลังแล้ว บอกเลยว่ากิเลนกำลังคัมแบ็ก!!

 

ฉลามชลยังน่าห่วง

ชลบุรี เอฟซี ยังคงฟอร์มแกว่งอย่างต่อเนื่อง แม้จะเปลี่ยนโค้ชใหม่แล้วก็ตาม หลังล่าสุดการบุกแพ้ พัทยา ยูไนเต็ด ในศึกดาร์บี้แมตช์เมืองชล ทำให้พวกเขา ชนะ-แพ้ สลับๆ กัน 4 นัดติดต่อกันแล้ว

ที่สำคัญแนวรุกปีนี้ก็ดูจะไม่ค่อยเด็ดเท่าไรด้วย หลังยิงไปเพียงแค่ 9 ประตู มากกว่าแค่ แอร์ฟอร์ซ (6 ประตู) และ ราชนาวี (5 ประตู) เพียง 2 ทีมเท่านั้น

แถมนัดนี้ต้องเจอศึกหนักในเกม "เอลกลาซิโก้เมืองไทย" ด้วย แม้จะเล่นในบ้านแต่บอกเลยว่า หากดูจากฟอร์มตอนนี้ ฉลามชลรอดยากเหลือเกิน

 

เฮแบร์ตี้คือทีเด็ด

เฮแบร์ตี้ แฟร์นันเดส กลับมาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และน่ากลัวอีกครั้งหลังซัดประตูมาติดต่อกัน 5 นัด รวม 6 ประตู 3 แอสซิสต์ ในช่วงดังกล่าว

แถมลูกฟรีคิกทีเด็ด ก็กลับมาแผลงฤทธิ์อีกครั้งถึง 2 เม็ดแล้ว บอกเลยว่าตอนนี้ ดาวยิงแซมบ้ารายนี้คือตัวรุกที่อันตรายที่สุดของ เมืองทอง อย่างเต็มตัว

บวกกับ ทริสตอง โด ที่ปัจจุบันถูกดันจากแบ็กขวาขึ้นมาเล่นตัวรุก จนยิงให้ทีมไปแล้ว 3 ประตู มากที่สุดในการเล่นไทยลีกของตัวเขา เทียบเท่าปี 2017 จึงยิ่งทำให้แนวรุกทีมเยือน ยิ่งน่ากลัวมากขึ้นไปอีก

หาก ฉลามชล ไม่สามารถเล่นเกมรับได้แบบท็อปฟอร์มในเกมนี้ได้ บอกเลยมีโอกาสสูงที่จะไร้แต้มเป็นนัดที่ 2 ติดต่อกัน

 

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

วันที่ 22 เมษายน 2018 เวลา 18.00 น.

เชียงรายคัมแบ็ก ชนะ 3 เกมติด

เชียงราย กลายเป็นอีกทีมที่ฟอร์มดีขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังเพิ่งชนะรวด 3 นัดติดจนทะยานขึ้นไปรั้งที่ 6 ของตารางได้แล้วในตอนนี้

โดยจุดเด่นของพวกเขาในปีนี้อยู่ที่ลูกโขกของปราการหลังอย่าง วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ ที่จัดไปแล้ว 3 ประตูชัยจากการเปิดของ อี ยอง-แร คนเดิมเป๊ะๆ

แต่เมื่อดูสถิติแนวรุกจริงๆ กว่างโซ้งมหาภัย ก็ดูจะไม่ค่อยโหดเหมือนเก่า หลังยิงรวมไปเพียง 10 ประตู เท่านั้น น้อยกว่าทีมท้ายตารางอย่าง อุบล ยูเอ็มที และ ชัยนาท ฮอร์นบิล ซะอีก

ยิ่งนัดนี้ อเล็กซานเดร กามา ต้องเจอทีมเก่าที่มีแนวรับสูงใหญ่ทั้ง อันเดรส ตูเญซ ​และ พรรษา เหมวิบูลย์ ด้วย บอกเลยว่ายากเหมือนกันที่จะใช้ทีเด็ดของ คาร์โดโซ่ ได้เหมือนเดิม

 

บุรีรัมย์ไร้พ่ายยาว 31 นัดติด

ด้านทีมเยือนอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตอนนี้เรียกได้ว่าแข็งแกร่งไร้เทียมทานสุดๆ หลังพวกเขาไม่แพ้ใครในไทยลีกมาติดต่อกันถึง 31 นัด เข้าไปแล้ว

หากนับเฉพาะเกมลีกนัดเยือน ทัพปราสาทสายฟ้า ก็ไม่แพ้ใครมานานถึง 15 เกมแล้วด้วย แถมตอนนี้พวกเขากำลังมีความมั่นใจสุดๆ จากการทะลุรอบ 16 ทีมสุดท้าย ACL 2018 มาได้หมาดๆ

เรียกได้ว่าทุกอย่างกำลังเป็นใจให้จ่าฝูงไทยลีกเหลือเกิน ที่สำคัญสถิติเฮดทูเฮด เชียงราย ก็ไม่สามารถชนะ บุรีรัมย์ ได้นานกว่า 5 ปีเข้าไปแล้วด้วย

 

ฟอร์มคนละขั้ว เคลตัน VS ดิโอโก้

แม้ เคลตัน ซิลวา จะเพิ่งยิงประตูในเกมล่าสุดเพื่อปลดล็อคความกดดัน แต่ 10 นัดที่ผ่านมาเขาซัดไปเพียง 2 เม็ดเท่านั้น ฟอร์มโดยรวมจึงยังไม่ได้ตามที่แฟนบอลคาดหวังเท่าไร

ต่างกับ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ที่ปีนี้ฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่องจริงๆ ซัดไป 12 ประตู จาก 10 นัดครองดาวซัลโวอยู่แบบเดี่ยวๆ

แถมดาวยิงตัวเก่งทีมปราสาทสายฟ้า เพิ่งทำสถิติยิง 10 นัดติดต่อกันในช่วงต้นซีซั่น เป็นสถิติยิงต่อเนื่องนานสุดตลอดกาลไปแล้วด้วย บอกเลยว่าหากแนวรับ กว่างโซ้ง เอาไม่อยู่ มีแววงานเข้าต่อเนื่องได้เลย!!