คนเก่งอยู่ไหนก็ได้!! 7 แข้งไทยฝีเท้าดี เล่นอยู่ทีมไหนก็โหดเสมอ

2 years ago
3,557 reads • 3,124 shares
คนเก่งอยู่ไหนก็ได้!! 7 แข้งไทยฝีเท้าดี เล่นอยู่ทีมไหนก็โหดเสมอ
โดย:

7 นักเตะไทยฝีเท้าดี ฟอร์มโหดเสมอไม่ว่าเล่นอยู่ทีมไหน

จากการที่ในปีนี้ นักเตะไทยอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน และ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ กำลังจะได้ไปค้าแข้งในเจลีก จึงถือเป็นสัญญาณที่ดี ที่บ่งบอกว่ามาตรฐานฝีเท้านักเตะบ้านเรา ได้รับการยอมรับในระดับทวีปแล้ว

การย้ายทีมทุกครั้ง ก็ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับต้นสังกัดใหม่ และนี่คือตัวอย่าง 7 นักเตะไทย ที่เล่นได้ดีกับทุกสโมสรที่เคยค้าแข้งมาตลอด

 

ธีราทร บุญมาทัน

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : 2009-2016

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : 2016-ปัจจุบัน

โก๋อุ้ม อยู่กับ บุรีรัมย์ ตั้งแต่ยังเป็น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ด้วยซ้ำ ก่อนจะไต่เต้าจนกลายเป็นแข้งคนสำคัญของทีม

ด้วยความโดดเด่นทั้งลูกตั้งเตะ, มีความเป็นผู้นำ และอารมณ์ร่วมกับเกมสูงทำให้ ธีราทร แทบจะกลายเป็นโลโก้ของ บุรีรัมย์ ไปแล้วในตอนนั้น

เจ้าตัวเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทัพปราสาทสายฟ้า ประสบความสำเร็จสูงสุดด้วยการคว้าแชมป์ ไทยลีก, เอฟเอคัพ และ โตโยต้า ลีกคัพ ถ้วยละ 4 สมัย

ขณะที่การย้ายข้ามฝากไปยัง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แบบช็อคแฟนบอลทั้งประเทศ ในช่วงเลกสองของปี 2016 ก็พาทีมซิวแชมป์ลีกทันที และยังเล่นด้วยมาตรฐานที่สูงจนถึงปัจจุบัน

ในปีนี้ เจ้าตัวกำลังจะโยกไปค้าแข้งในเจลีกกับ วิสเซล โกเบ ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี และด้วยดีกรีการเป็นแบ็กซ้ายที่ดีที่สุดของไทย โอกาสจะประสบความสำเร็จถือว่ามีไม่น้อยทีเดียว

 

สุรชาติ สารีพิมพ์

เพื่อนตำรวจ : 2003-2015

บางกอกกล๊าส เอฟซี : 2015-ปัจจุบัน

สุรชาติ อยู่เป็นแกนหลักให้กับ เพื่อนตำรวจ อย่างยาวนาน ด้วยฟอร์มการเล่นสุดดุดัน สารพัดประโยชน์ เล่นได้หมดตั้งแต่กองหน้า กองกลาง ปีก ไม่เว้นแม้กระทั่งแบ็กขวา

ตลอดระยะเวลาราวๆ 12 ปีที่อยู่กับ สุภาพบุรุษโล่เงิน นั้น "เจ้าเก่ง" ช่วยทีมซิวแชมป์ดิวิชั่น 1 ได้ถึง 3 สมัย รวมทั้งเคยเป็นดาวซัลโวทีมในปี 2011 อีกด้วย

แต่แล้วการพักทีมของ ตำรวจ ทำให้ สุรชาติ ย้ายมายังถิ่น ลีโอ สเตเดี้ยม แม้จะโยกสังกัดตอนอายุมากแล้ว แต่เขายิงให้ทีมกระต่ายแก้วไม่ต่ำกว่าซีซั่นละ 10 ประตู จนตอนนี้ เจ้าเก่ง กลายเป็นซูเปอร์ซับตัวจริงของ บางกอกกล๊าส ไปแล้ว

 

ปกเกล้า อนันต์

เพื่อนตำรวจ : 2011-2016

ชลบุรี เอฟซี : 2016

แบงค็อก ยูไนเต็ด : 2017-ปัจจุบัน

ปกเกล้า แจ้งเกิดสุดกับ เพื่อนตำรวจ ตั้งแต่อายุเพียง 20 ปีเท่านั้น ก่อนจะกลายเป็นตัวหลักที่โดดเด่นในทีมมาตลอดกว่า 5 ปีกับสุภาพบุรุษโล่น้ำเงิน จนพาทีมซิวแชมป์ ยามาฮ่าลีกวัน 2015 มาครอง

ด้วยผลงานสุดแจ่มกับต้นสังกัด แม้จะไม่ได้เล่นลีกสูงสุด เขาจึงเป็นหนึ่งในกองกลางตัวหลักทีมชาติไทยยุคของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

แต่หลังจากนั้น เจ้าปก ต้องย้ายซบ ชลบุรี หลังทีมเก่าถูกพักทีม ซึ่งปีแรกในถิ่น ฉลามชล เขาก็งัดฟอร์มเทพออกมาจนพาทีมไปไกลถึงรอบรองชนะเลิศ ช้าง เอฟเอ คัพ และน่าเสียดายที่โปรแกรมการแข่งขันในประเทศถูกหยุดกลางคันเสียก่อน

ในปี 2017 ปกเกล้า ย้ายทีมอีกครั้งมา แบงค็อก ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวราว 20 ล้านบาท กับคำถามว่าฟอร์มจะคุ้มราคาไหม

และผลงานในปีก่อน เขาซัดไป 8 แอสซิสต์อีก 5 มากที่สุดตลอดชีวิตการค้าแข้งบนไทยลีก จากฟอร์มแบบนี้คงพิสูจน์ได้ดีว่าเขามีดีมากแค่ไหน และทำไมถึงถูกเรียกตัวติดทีมชาติไทยชุดใหญ่อย่างสม่ำเสมอ

 

ธีรเทพ วิโนทัย

บีอีซีเทโรศาน : 2006-2008, 2010-2011

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : 2009-2010

บางกอกกล๊าส เอฟซี : 2012-2014

เพื่อนตำรวจ : 2014-2016

แบงค็อก ยูไนเต็ด : 2016-ปัจจุบัน

คงไม่มีใครไม่รู้จัก เด็กเทพเทโร ในยุคปลายปลายความยิ่งใหญ่อย่าง ธีรเทพ ได้แน่นอน ก่อนจะมีโอกาสไปลุยเบลเยี่ยมกับทีม เคลีย์เซ่ แต่ไม่ประสบความสำเร็จนัก

ทำให้เขากลับมาไทยอีกครั้งกับ เมืองทอง และปีแรกก็เป็นส่วนสำคัญพาทีมซิวแชมป์ลีก 2009 ซึ่งเป็นครั้งแรกของสโมสรทันที

จากนั้น ลีซอ ก็ย้ายกลับไป เทโร และต่อเนื่อง บางกอกกล๊าส ในบทบาทกัปตันทั้งสองทีม ด้วยประสบการณ์ และความสามารถทำให้เขายังได้เล่นในระดับท็อปๆของลีกตลอด

ไม่เว้นกับการย้ายไป เพื่อนตำรวจ เขายังรักษาฟอร์มได้ดีอย่างต่อเนื่องพาทีมคว้าแชมป์ ยามาฮ่า ลีกวัน 2015 ได้สำเร็จ

ในวัย 30 กว่าๆ ลีซอ ยังระเบิดฟอร์มโคตรโหดกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2017 จนกลับไปติดทีมชาติไทยอีกครั้งในรอบกว่า 3 ปี และการยิงให้ทีมไป 9 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ เป็นผลงานที่ดีสุดตั้งแต่เล่นบนไทยลีกเลยทีเดียว

 

จักรพันธ์ แก้วพรม

บีอีซี เทโรศาน : 2007-2009

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : 2010-2011

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : 2012-ปัจจุบัน

จักรพันธ์ ก้าวมาเป็นแกนหลัก เทโร ตั้งแต่อายุ 19 ปีเท่านั้น ก่อนย้ายไป เมืองทอง เขาพาทีมได้ รองแชมป์เอฟเอ คัพ 2009

และเพียงแค่ปีแรกเท่านั้น เจ้าโน๊ต ก็ประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ได้แชมป์ไทยลีก ร่วมกับทัพกิเลนผยองทันที ก่อนที่อีก 2 ปีถัดมาเจ้าตัวจะย้ายข้ามฟากไปยัง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

และนั่นเองคือจุดพลิกผันให้ จักรพันธ์ กลายเป็นยอดแข้งตัวจริงของลีกสูงสุดเมืองไทยทันที เพราะตลอด 6 ปีที่ ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม สามารถคว้าแชมป์มาครบทุกอย่างในประเทศ 

โดยเฉพาะล่าสุดเขากลายเป็นคนที่ คว้าแชมป์ไทยลีกมากสุดตลอดกาล ถึง 6 ครั้งเข้าไปแล้ว

 

ธนบูรณ์ เกษารัตน์

บีอีซี เทโรศาสน : 2012-2015

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : 2016

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด : 2017-ปัจจุบัน

ธนบูรณ์ แจ้งเกิดกับเทโรชุดเด็กโหด ด้วยการพาทีมซิวแชมป์ โตโยต้าลีกคัพ 2014 ก่อนที่จะก้าวมาเป็นกำลังหลักทีมชาติไทยมาตลอด

ต่อเนื่องกับปี 2016 เจ้าตั้ม ย้ายมา เมืองทอง ในยุคที่มีทีมชาติเพียบ ก่อนจะเป็นส่วนสำคัญพาทีมทวงแชมป์ไทยลีกคืนมาได้อย่างยิ่งใหญ่

และปีที่แล้วเขาเพิ่งจะย้ายไปอยู่กับ เชียงราย ด้วยค่าตัวสถิติสูงสุดของไทย แม้จะโชคร้ายบาดเจ็บพักยาว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ธนบูรณ์ นี่แหละเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ "กว่างโซ้งมหาภัย" มาไกลได้ขนาดนี้

 

ชนาธิป สรงกระสินธ์

บีอีซี เทโรศาสน : 2011-2015

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : 2016-2017

คอนซาโดเล่ ซัปโปโร : 2017- ปัจจุบัน

ชนาธิป ถูกดันขึ้นชุดใหญ่ของเทโร ตั้งแต่ปี 2012 และนับตั้งแต่ตอนนั้นเขาก็กลายเป็นตัวหลักของทีมทันทีตั้งแต่ซีซั่นแรก

ก่อนจะมาฟอร์มพีคสุดๆ ในปี 2014 ที่พาทีมซิวแชมป์ลีกคัพ และเป็นแชมป์ในรอบ 12 ปีของทีมด้วย

แต่แล้วการย้ายไป เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในปี 2016 ยิ่งเหมือนเป็นการยกระดับของตัวเองขึ้นอีก หลังพาทีมซิวแชมป์ไทยลีก ตั้งแต่ปีแรกทันที และสถาปนาตัวเองเป็นจอมทัพที่เก่งสุดในไทยเรียบร้อย

กระทั่งล่าสุด เมสซี่เจ กลายเป็นแช้งไทยคนแรกที่ได้เล่นบนลีกสูงสุดของญี่ปุ่น 

แม้หลายคนอาจสงสัยว่า "จะโชว์ฟอร์มออกเหรอ?" แต่ 6 เดือนที่ผ่านมาในแดนปลาดิบ ชนาธิป แสดงให้เห็นแล้วว่า แม้ร่างกายจะเล็กแต่เขาก็สามารถพิสูจน์ฝีเท้าให้แฟนบอลเห็นได้ทุกที่แล้วว่า "ของจริง"

 

นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่เรายกมาให้เห็นกันชัดๆ เท่านั้น ซึ่งในไทยลีกก็มีอีกหลายคนที่เดียวที่สามารถรักษามาตรฐานฝีเท้าไว้ได้อย่างต่อเนื่อง

ซึ่งเรามารอลุ้นกันดีกว่า ว่าถ้าแข้งเหล่านี้ย้ายทีมอีก จะยังโชว์ฟอร์มพีคเหมือนเดิมหรือเปล่า??