ปีนี้ต้องเซราะกราว!! รวม 11 แข้งเจ๋งสุดไทยลีก 2017 by balltoro

2 years ago
4,523 reads • 1,641 shares
ปีนี้ต้องเซราะกราว!! รวม 11 แข้งเจ๋งสุดไทยลีก 2017 by balltoro
โดย:

11 นักเตะยอดเยี่ยมไทยลีก 2017 by balltoro

หลังศึกไทยลีก 2017 จบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือทีมที่ครองแชมป์ไปได้อย่างยิ่งใหญ่ ตั้งแต่ยังไม่ถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาล

และแน่นอนว่าในปีนี้ก็มีนักเตะหลายรายที่โชว์ฟอร์มแจ่ม วันนี้ทีมงาน balltoro จึงขอลองจัด 11 ตัวจริงที่พวกเราคิดว่าน่าจะเด็ดสุดๆ จากผลงานตลอดซีซั่น ภายใต้แผนการเล่น 3-4-1-2 ให้ได้ดูกัน โดยใช้โควตานักเตะต่างชาติ 3+1 ตามกฎแบบเป๊ะๆ!!

 

ผู้รักษาประตู : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ลงสนาม : 34 นัด

คลีนชีต : 19 นัด

ถือเป็นปีที่ ศิวรักษ์ โชว์ฟอร์มได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะการลงสนามช่วยทีมครบทุกนัดในซีซั่น ที่สำคัญเขาเป็นคนเดียวในทีมที่ลงเล่นครบทุกนาทีอีกด้วย

เจ้าแชมป์ สามารถช่วยทีมเซฟ จนเก็บคลีนชีตได้มากถึง 19 นัด มากที่สุดเหนือนายทวารทุกทีมในประเทศไทย

นอกจากนี้ นายทวารเซราะกราวยังเสียประตูน้อยสุดในไทยเพียง 20 ประตู และด้วยผลงานที่โดดเด่นเช่นนี้ ก็ไม่แปลกที่ชื่อของ ศิวรักษ์ จะกลับมาติดทีมชาติไทยอีกครั้ง

 

กองหลัง : พรรษา เหมวิบูลย์ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ลงสนาม 31 นัด

ยิง : 1 ประตู

แอสซิสต์ : 1 ครั้ง

จากกองหลังโนเนม สู่เซนเตอร์ตัวหลักให้ ทัพปราสาทสายฟ้า ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ พรรษา เก็บลูกกลางอากาศเรียบ แถมเข้าปะทะกับแนวรุกต่างชาติได้อย่างสบาย

หากนับเฉพาะนัดที่เขาลงเล่นนั้น ทีมแชมป์เสียประตูไปเพียง 18 ลูกเท่านั้น นอกจากนี้ เจ้าโย่ง เพิ่งจะโขกประตูแรกในชีวิตบนไทยลีกได้อีกด้วย

และด้วยผลงานที่โดดเด่นสุดๆ ในแนวรับไทยตอนนี้ ก็คงไม่แปลกอะไรที่ พรรษา จะก้าวมาเป็นแกนหลักให้กับทัพช้างศึกในปัจจุบัน

 

กองหลัง : วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ (อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด)

ลงสนาม : 32 นัด

ยิง : 11 ประตู

แอสซิสต์ : 1 ครั้ง

เรียกได้ว่านี้คือยอดกองหลังดาวยิงของแท้ หลังซีซั่นนี้ คาร์โดโซ่ เป็นทั้งหัวใจในแนวรับ และขึ้นไปเป็นตัวอันตรายในแนวรุกได้ด้วย

เห็นได้ชัดเลยจาก 11 ประตูของเขา มีถึง 10 เม็ด มาจากลูกเซตพีซเข้ามาให้กัปตันทีมอุบลเข้าชาร์จ โดยในจำนวนนั้น มีประตูจากจุดโทษ 1 ลูก

ในฤดูกาลหน้า คาร์โดโซ่ จะย้ายไปร่วมทีม เชียงราย ยูไนเต็ด แล้ว เชื่อเหลือเกินว่าน่าจะช่วยเติมเต็มให้ กว่างโซ้งมหาภัย ดูน่ากลัวขึ้นอีกเพียบเลยทีเดียว

 

กองหลัง : เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)

ลงสนาม : 29 นัด

จะเรียกว่าแจ้งเกิดในวัย 30 เลยก็ได้สำหรับ เฉลิมพงษ์ ด้วยจุดเด่นที่การเข้าตัดบอลได้อย่างแม่นยำ แถมมีลูกวางบอลยาวที่เปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้ด้วย

ทำให้เขาควรได้รับการยกย่องเหมือนกัน แม้จะอยู่ในทีมที่ไม่ได้ใหญ่เมื่อเทียบกับคนอื่น แต่เมื่อดูถึงสถิติแล้ว โคราช เสียประตูไปเพียง 48 ลูก น้อยเป็นอันดับ 5 ของไทยลีกเลยทีเดียว

โดยเฉพาะ 5 เกมที่ไม่มี กัปตันเหลิม ลงคุมเกมรับ ทีมสวาทแคทโดนยิงไปถึง 6 ประตู แสดงให้เห็นถึงความสำคัญกับทีมสุดๆ

และด้วยผลงานแบบนี้ก็ไม่แปลกนักที่จะมีทีมยักษ์ใหญ่รุมจีบเพียบ

 

วิงแบ็กซ้าย : ธีราทร บุญมาทัน (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

ลงสนาม : 30 นัด

ยิง : 7 ประตู

แอสซิสต์ : 14 ครั้ง

แม้จะถูกโยกไปยืนกลางบ่อยครั้งแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ธีราทร ยังเป็นแบ็กซ้ายเบอร์หนึ่งของไทย ณ เวลานี้

ถึงจะมีแข้งฝั่งซ้ายที่โชว์ฟอร์มดีขึ้นมาหลายราย แต่ด้วยจุดเด่นลูกเซตพีซ และลูกครอสที่หวังผลได้ตลอดก็ยากที่จะมีใครเบียด โก๋อุ้ม ได้ลง

โดยเฉพาะปีนี้เขาซัดไปถึง 7 เม็ด มากสุดตั้งแต่เล่นไทยลีกมา บวกกับความหลากหลายที่เพิ่มมากขึ้น ถึงตอนนี้ต้องยอมรับเลยว่าไทยลีกน่าจะเล็กสำหรับเขาไปแล้วจริงๆ

 

กองกลาง : ปกเกล้า อนันต์ (แบงค็อก ยูไนเต็ด)

ลงสนาม : 32 นัด

ยิง : 8 ประตู

แอสซิสต์ : 5 ครั้ง

เป็นปีแรกกับการย้ายมาร่วมทีม แบงค็อก ซึ่งเจ้าตัวสามารถรีดฟอร์มเก่งออกมาได้จนแฟนบอลชื่นชมมากทีเดียวสำหรับ ปกเกล้า 2017

เขามีประโยชน์กับทีมเหลือเกิน โดยเฉพาะการเคลื่อนที่โดยไม่มีบอล เพราะช่วยให้เพื่อนเล่นง่ายมากขึ้นจริงๆ นอกจากนี้ เจ้าปก ยังเล่นได้หมดทั้งแผงกลาง ไม่ว่าจะเป็นตัวรับ หรือตัวรุก

ที่สำคัญปีนี้ ปกเกล้า ยิงให้แข้งเทพไป 8 ประตู สูงที่สุดนับตั้งแต่เล่นบนลีกสูงสุดมา จึงไม่แปลกที่ปีนี้เขาจะกลายเป็นตัวหลักให้กับทั้งในสโมสรและทัพช้างศึก

 

กองกลาง : โก ซุล กี (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

.

ลงสนาม : 30 นัด

ยิง : 3 ประตู

แอสซิสต์ : 6 ครั้ง

โก ซุล กี คือตัวหลักมาตลอด 3 ปีที่ค้าแข้งให้ บุรีรัมย์ หากไม่เจ็บ หรือแบนเขามักถูกส่งสนามเสมอ ในปีนี้เขาทำได้ดีเหลือเกินในการชะลอเกมรุกของฝ่ายตรงข้าม

ถ้าจะบอกว่า ดาวเตะเกาหลี เป็นส่วนช่วยให้ทีมเสียประตูน้อยสุดในลีกก็คงไม่แปลก นอกจากนี้เขายังมีทีเด็ดที่ลูกวางบอลแนวลึก รวมทั้งขึ้นไปช่วยเกมรุกได้ดีอีกด้วย

 

วิงแบ็กขวา : นูรูล ศรียานเก็ม (ชลบุรี เอฟซี)

ลงสนาม : 32 นัด

ยิง : 8 ประตู

แอสซิสต์ : 17 ครั้ง

จะบอกว่านี่คือปีทองของ นูรูล เลยจริงๆ หลังโชว์ฟอร์มจี๊ดจนแทบจนกลายเป็นตัวที่เด่นสุดใน ฉลามชล เลยทีเดียว แถมเป็นนักเตะที่แอสซิสต์เยอะสุดในไทยลีกด้วย

ซึ่งสิ่งที่ทำให้เขาดูแจ่มขึ้นกว่าที่ผ่านมาคือ การยิงประตูที่ทำได้มากสุดตั้งแต่เล่นมา อีกทั้งมีทีเด็ดเรื่องลูกเซตพีซ ที่เปิดให้เพื่อนซัดไปถึง 4 ลูก นอกจากนี้ยังเรียกจุดโทษให้ทีมถึง 4 ครั้ง (ได้ 3 ประตู)

และด้วยความร้อนแรงในปีนี้ทำให้ชื่อของ นูรูล ถูก เอฟซี โซล ทีมดังจากเคลีกเล็งคว้าตัวอยู่ ไม่แน่เหมือนกัน บางทีปีกร่างเล็กรายนี้อาจได้ไปโชว์ฝีเท้าไกลถึงเกาหลีใต้ในปี 2018 ก็ได้

 

จอมทัพ : จักรพันธ์ แก้วพรม (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ลงสนาม : 31 นัด

ยิง : 4 ประตู

แอสซิสต์ : 5 ครั้ง

แม้จะไม่ใช่ปีที่ จักรพันธ์ มีฟอร์มเด่นที่สุดในไทยลีก แต่ด้วยความสำคัญในทีม บุรีรัมย์ 2017 ต้องยอมรับเลยว่าเขาเป็นจอมทัพที่คุมเกมแดนกลางได้อย่างเนียนกริบ

จุดเด่นอยู่ที่ทักษะ รวมทั้งเทคนิคที่สุดแพรวพราว แถมมีทีเด็ดลูกคิลเลอร์พาสงามๆ ให้เห็นอยู่บ่อยครั้งด้วย

ที่สำคัญหลังบุรีรัมย์คว้าแชมป์ได้สำเร็จส่งผลให้ เจ้าโน๊ต กลายเป็น นักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ไทย ที่ได้จูบถ้วยแชมป์ลีกมากที่สุดถึง 6 ครั้งอีกด้วย

 

กองหน้า : ดราแกน บอสโควิช (แบงค็อก ยูไนเต็ด)

ลงสนาม : 33 นัด

ยิง : 38 ประตู

แอสซิสต์ : 11 ครั้ง

กองหน้าปีนี้จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจาก ดราแกน บอสโควิช หลังปีนี้เขาทุบสถิติทุกอย่างแบบแหลกละเอียด

เริ่มตั้งแต่เป็นแข้ง บียู ที่ยิงเยอะที่สุด ต่อด้วยการทำเพอร์เฟ็กต์แฮตทริกคนแรกในไทย แถมแฮตทริกมากที่สุดในไทยลีกถึง 6 ครั้ง นอกจากนี้ยังเป็นคนแรกในไทยลีกที่ซัดนัดเดียว 5 ประตูได้อีกด้วย

และที่ต้องพูดถึงสุดๆ คือการยิงมากสุดต่อฤดูกาล ที่แซงสถิติเก่าของ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต (33 ลูก เมื่อปี 2015) ไปแบบขาดลอย ด้วยการยิง 38 ลูก ครองดาวซัลโวไทยลีก 2017 ไปครองแบบชิวๆ

 

กองหน้า : จาจ้า (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ลงสนาม : 34 นัด

ยิง : 34 ประตู

แอสซิสต์ : 11 ครั้ง

เป็นยอดดาวยิงที่ย้ายมาไทยลีกปีแรกแบบไม่ต้องปรับตัวอะไรเลยโดยเฉพาะเท้าซ้ายที่อย่าให้ได้ง้างไม่งั้นมีหาย

จาจ้า เป็นนักเตะที่รูปร่างใหญ่ แต่กลับมีลีลาแพรวพราวตามสไตล์แข้งแซมบ้า แถมหาพื้นที่การยิงได้ดีอีกต่างหาก

และจาก 34 ประตู ที่ยิงได้ในปีนี้ของเขาล้วนมาจากโอเพ่นเพลย์ทั้งสิ้น และจากสัญญาที่กำลังจะหมดในตอนนี้น่าแปลกใจเหมือนกันทำไม บุรีรัมย์ ถึงยังไม่ซื้อขาดสักที

ตัวสำรอง 

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
อันเดรส ตูเญซ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)
สรรวัชญ์ เดชมิตร (แบงค็อก ยูไนเต็ด)
สุภโชค สารชาติ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
ธีรศิลป์ แดงดา (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
เลอันโดร อัสซัมเซา (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)