Fact หลังเกม : 5 จุดที่ต้องพูดถึงเกม บุรีรัมย์ เปิดบ้านถล่ม เมืองทอง 4-0

Fact หลังเกม : 5 จุดที่ต้องพูดถึงเกม บุรีรัมย์ เปิดบ้านถล่ม เมืองทอง 4-0
Fact หลังเกม : 5 จุดที่ต้องพูดถึงเกม บุรีรัมย์ เปิดบ้านถล่ม เมืองทอง 4-0

5 จุดที่ต้องพูดถึงเกมบิ๊กแมตช์ไทยลีก 2018 ที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่ม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 4-0

จบลงไปแล้วสำหรับเกมซูเปอร์บิ๊กแมตช์ ไทยลีก 2018 ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ปรากฎว่าสกอร์ที่ออกมาต้องตกใจกันทั้งประเทศ

เมื่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่มคู่ปรับอย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อย่างขาดลอย 4-0 ซึ่งถือเป็นสกอร์ที่ห่างมากที่สุดตั้งแต่เจอกันมาเลยทีเดียว

และนี่คือ 5 ประเด็นเด็ดที่ต้องพูดถึงจากเกมที่ ช้างอารีนา เมื่อคืนที่ผ่านมานี้

กิเลนโดนเจาะริมเส้นยับ

ต้องบอกเลยว่าเกมนัดนี้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มีปัญหาเรื่องเกมริมเส้นสุดๆ

โดยเฉพาะแบ็กซ้ายอย่าง พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ที่โดน ศศลักษณ์ ไหประโคน และ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต เจาะตลอดทั้งเกม เรียกได้ว่าไม่รู้จะหาวิธีไหนมารับมือ จนไม่มีโอกาสเติมไปเล่นเกมรุกได้เลยตลอด 90 นาที

Fact หลังเกม : 5 จุดที่ต้องพูดถึงเกม บุรีรัมย์ เปิดบ้านถล่ม เมืองทอง 4-0
Fact หลังเกม : 5 จุดที่ต้องพูดถึงเกม บุรีรัมย์ เปิดบ้านถล่ม เมืองทอง 4-0

เช่นเดียวกับ วัฒนา พลายนุ่ม ที่เกมนี้ลงมาเป็นแบ็กขวาจำเป็นก็โดน กรกช วิริยอุดมศิริ เติมเกมรุกกดดันใส่จนไม่ได้เติมขึ้นไปช่วยเกมรุกเลย

ที่สำคัญ 2 จาก 4 ประตูที่ทีมเยือนเสีย จุดเริ่มต้นมาจากลูกครอสจากริมเส้นทั้งนั้น นี่ยังมีอีกหลายจังหวะที่ ทัพปราสาทสายฟ้า ทำไม่ได้เอง

ซึ่งถ้าจะบอกว่าเกมนี้ กิเลนผยอง แพ้เพราะถูกเจาะริมเส้นเป็นส่วนใหญ่ก็คงไม่ผิดนัก

ดิโอโก้โคตรโหด

ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ยังเป็นคนที่แฟนบอล บุรีรัมย์ ไว้ใจได้จริง หลังเกมนี้เขาซัดคนเดียว 2 ประตู พร้อมกับเปิดงามๆ ให้ ยู จุน-ซู โขกประตูขึ้นนำอีกด้วย

Fact หลังเกม : 5 จุดที่ต้องพูดถึงเกม บุรีรัมย์ เปิดบ้านถล่ม เมืองทอง 4-0
Fact หลังเกม : 5 จุดที่ต้องพูดถึงเกม บุรีรัมย์ เปิดบ้านถล่ม เมืองทอง 4-0

นอกจากนี้หากใครได้ดูเกมจะเห็นจังหวะ ดิโอโก้ ใช้ทักษะแพรวพราวส่วนตัวพาบอลขึ้นไปเล่นในเขตอันตราย พร้อมสร้างโอกาสให้ทีมเพียบ ที่สำคัญยังสามารถเรียกฟาวล์ให้กับทีมหลายครั้งด้วย

และแน่นอนว่าเมื่อไม่มีผู้เล่น เมืองทอง คนไหนเอาเขาอยู่ สุดท้ายก็ต้องโดนลงโทษไปตามระเบียบ

กลางเซราะกราวเอาอยู่

ถ้ามองจากชื่อชั้นนักเตะแดนกลางในชุด 11 ตัวจริงแน่นอนว่า เมืองทอง ดูจะเหนือกว่านิดๆ ด้วยการอัด 3 มิดฟิลด์อย่าง สารัช อยู่เย็น, ชาริล ชัปปุยส์ และ ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร ลงมาคุมเกม

ต่างจาก บุรีรัมย์ ที่ดูน่าเป็นห่วงหลังเลือกใช้ สุเชาว์ นุชนุ่ม ที่วัยย่างเข้า 35 แล้วยืนคู่กับ ยู จุน-ซู โดยใช้ จักรพันธ์ แก้วพรม ไปทำเกมรุก

Fact หลังเกม : 5 จุดที่ต้องพูดถึงเกม บุรีรัมย์ เปิดบ้านถล่ม เมืองทอง 4-0
Fact หลังเกม : 5 จุดที่ต้องพูดถึงเกม บุรีรัมย์ เปิดบ้านถล่ม เมืองทอง 4-0

แต่แล้วกลายเป็นว่ากลางเจ้าถิ่นคุมเกมไว้ได้หมดจนแทบไม่ได้ยินชื่อของ 3 มิดฟิลด์กิเลนผยองในช่วงถ่ายทอดสดเลย

ที่ต้องชมในเกมนี้คือ ยู จุน-ซู ที่ยังสาระพัดประโยชน์รับก็ดี รุกก็เด่น สามารถเติมไปโขกประตูได้อีกด้วย

เช่นเดียวกับ สุเชาว์ นุชนุ่ม ที่ช่วยเกมรับได้อย่างดี แถมมีจังหวะเติมไปช่วยเกมรุกจนมีจังหวะแอสซิสต์ให้ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ซัดไปลูกนึงด้วย

และเมื่อกองกลาง ทัพปราสาทสายฟ้า ครองเกมได้หมดตลอด 90 นาทีแบบนี้ก็เหมาะแล้วที่พวกเขาจะคว้าสามแต้มไปครองอย่างสวยงาม

แนวรุกกิเลนเงียบกริบ

น่าแปลกที่ ราโดวาน เคอร์ซิซ เลือกส่ง สิโรจน์ ฉัตรทอง ที่ 6 เกมหลังสุดได้รับโอกาสลงสนามเพียง 6 นาทีเท่านั้นลงเป็นตัวจริง

และขยับ ทริสตอง โด ขึ้นมาเป็นปีกขวา แล้วให้ เฮแบร์ตี้ แฟร์นันเดส ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าเหมือนเดิม

Fact หลังเกม : 5 จุดที่ต้องพูดถึงเกม บุรีรัมย์ เปิดบ้านถล่ม เมืองทอง 4-0
Fact หลังเกม : 5 จุดที่ต้องพูดถึงเกม บุรีรัมย์ เปิดบ้านถล่ม เมืองทอง 4-0

แต่กลายเป็นว่าทั้งเกมแทบเห็นโอกาสจะแจ้งของ เมืองทอง แค่ลูกที่ สารัช อยู่เย็น หลุดไปยิงในช่วงกลางครึ่งหลังเท่านั้น

นอกจากนั้นทั้งเกม อันเดรส ตูเญซ, พรรษา เหมวิบูลย์ และ ประวีณวัช บุญยงค์ ก็ดักเก็บบอลไว้ได้หมด

จน เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส ที่ว่าฮอตๆ อยู่ในเวลานี้ก็ไม่มีโอกาสได้ง้างเท้าซ้ายแบบจะๆได้เลย

เซตพีซยังทีเด็ด

ยังเป็นจุดเด่นอย่างต่อเนื่องของ บุรีรัมย์ ในปีนี้จริงๆ ตั้งแต่ในเกม เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก แล้วสำหรับลูกเซตพีซ

Fact หลังเกม : 5 จุดที่ต้องพูดถึงเกม บุรีรัมย์ เปิดบ้านถล่ม เมืองทอง 4-0
Fact หลังเกม : 5 จุดที่ต้องพูดถึงเกม บุรีรัมย์ เปิดบ้านถล่ม เมืองทอง 4-0

โดยเฉพาะลูกฟรีคิกที่วันนี้ กรกช และ ดิโอโก้ จัดไปคนละ 1 ลูกแบบง่ายดาย

นี่ยังไม่นับลูกเตะมุม และฟรีคิกระยะไกล ที่สามารถเปิดเข้ามาลุ้นกดดัน เมืองทอง ได้ตลอดทั้งเกม

บอกเลยว่าหาก ทัพปราสาทสายฟ้า รักษาจุดเด่นเรื่องลูกเซ็ตพีซนี้ได้มีลุ้นไปไกลทีเดียวในบอลเอเชีย

 

ด้วยรูปเกม และแผนการเล่นทุกอย่างก็เหมาะสมแล้วที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะท็อปฟอร์มถล่มคู่รักคู่แค้นอย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปแบบขาดลอยที่สุดตั้งแต่เคยเจอกันมา

หลังจบเกมนี้ก็เป็นการพิสูจน์ตัวเองอย่างชัดเจนแล้วว่าเวลานี้ ทัพปราสาทสายฟ้า คือเบอร์หนึ่งของเมืองไทยอย่างชัดเจน

ส่วน กิเลนผยอง หากอยากกลับไปแข็งแกร่งเหมือนเดิมตอนนี้บอกเลยต้องปรับอีกเพียบ!!