Fact หลังเกม : 5 จุดต้องพูดถึงหลัง ไทย เปิดหัวซูซูกิคัพถล่ม ติมอร์ 7-0

Fact หลังเกม : 5 จุดต้องพูดถึงหลัง ไทย เปิดหัวซูซูกิคัพถล่ม ติมอร์ 7-0
Fact หลังเกม : 5 จุดต้องพูดถึงหลัง ไทย เปิดหัวซูซูกิคัพถล่ม ติมอร์ 7-0

5 เรื่องต้องพูดถึงหลังเกมที่ ทีมชาติไทย ถล่ม ติมอร์ เลสเต 4-0 ในนัดแรกของศึกซูซูกิ คัพ 2018

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับนัดประเดิมสนามของ ทีมชาติไทย ในศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018

ซึ่งก็เป็น ทัพช้างศึก ที่โชว์ฟอร์มสมเต็งแชมป์หลังไล่ถล่ม ทีมชาติติมอร์ เลสเต ไปอย่างขาดลอย 7-0

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานของ อดิศักดิ์ ไกรษร ที่เหมาคนเดียว 6 ประตู และนี่คือ 5 เรื่องต้องพูดถึงหลังเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา!!

AK9 จัดหนัก 6 เม็ด

ก่อนหน้านี้หลายคนคงรอลุ้นว่าใครจะรับหน้าที่ดาวยิงแทนที่ของ ธีรศิลป์ แดงดา และแล้ว มิโลวาน ราเยวัช ก็เลือก อดิศักดิ์ ไกรษร เป็นคนแรกในเกมประเดิมสนาม

Fact หลังเกม : 5 จุดต้องพูดถึงหลัง ไทย เปิดหัวซูซูกิคัพถล่ม ติมอร์ 7-0
Fact หลังเกม : 5 จุดต้องพูดถึงหลัง ไทย เปิดหัวซูซูกิคัพถล่ม ติมอร์ 7-0

จริงอยู่ที่ “เจ้ากอล์ฟ” เจ็บยาวมาทั้งปี แม้หายเจ็บกลับมาแล้ว แต่ก็ยังดูไม่เต็มร้อยนัก แถมฟอร์มในลีกก็ไม่ได้หวือหวามากด้วย

แต่ดูเหมือนว่าเกมพบ ติมอร์ เขาจะฟิตเต็มถัง และเรียกฟอร์มเดิมก่อนเจ็บกลับมาได้แล้ว หลัง AK9 เหมาคนเดียว 6 ประตูให้ ทัพช้างศึก ทำให้เขากลายเป็นแข้งไทยคนแรกที่ซัดได้ 6 ประตูในเกมเดียวด้วย

ยิ่งหากใครได้ดูเกมน่าจะเห็นว่าจังหวะสปีด หรือการเข้าปะทะ รวมทั้งการจบสกอร์ของ อดิศักดิ์ ไม่ได้มีอาการแหยงเหมือนหายเจ็บใหม่ๆ เลย

และนี่น่าจะเป็นการพิสูจน์ตัวเองให้แฟนบอลไทยเห็นแล้วว่าโค้ชตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกเขาในนัดนี้!!

สรรวัชญ์ โฮลด์บอลสุดเจ๋ง

หากจะหาใครที่โดดเด่นไม่แพ้ อดิศักดิ์ ไกรษร ก็ต้องยกให้มิดฟิลด์ทรงผมสุดเฟี้ยวอย่าง สรรวัชญ์ เดชมิตร ไปเลย

เกมนี้เขาได้รับบทบาทเป็นจอมทัพของ ทัพช้างศึก และก็ทำผลงานได้อย่างสุดเจ๋งทั้งลูกวางบอลสวยๆ คิลเลอร์พาสเนียนๆ ให้ได้เห็นตลอดทั้งเกม

Fact หลังเกม : 5 จุดต้องพูดถึงหลัง ไทย เปิดหัวซูซูกิคัพถล่ม ติมอร์ 7-0
Fact หลังเกม : 5 จุดต้องพูดถึงหลัง ไทย เปิดหัวซูซูกิคัพถล่ม ติมอร์ 7-0

จาก 7 ประตูที่ทำได้ของทีมชาติไทย “เจ้าแคมป์” มีส่วนร่วมมากถึง 4 ประตู และเป็นการแอสซิสต์โดยตรงถึง 3 ครั้ง

รวมทั้งจังหวะใบแดงของผู้รักษาประตูของติมอร์ เลสเต ก็มาจากลูกวางยาวของเขาอีกเช่นกัน

ยิ่งท้ายๆ เกม สรรวัชญ์ เหมือนจะถอนตัวเองมาต่ำลง ทำให้เขามีอิสระในการควบคุมบอลมากขึ้นไปอีก บอกเลยผลงานแบบนี้ยึดตัวหลักไปยาวๆ

บอลคนละชั้น

Fact หลังเกม : 5 จุดต้องพูดถึงหลัง ไทย เปิดหัวซูซูกิคัพถล่ม ติมอร์ 7-0
Fact หลังเกม : 5 จุดต้องพูดถึงหลัง ไทย เปิดหัวซูซูกิคัพถล่ม ติมอร์ 7-0

แน่นอนว่าด้วยสกอร์ที่ขาดขนาดนี้ต้องยอมรับว่า ทีมชาติไทย กับ ติมอร์ เป็นบอลคนละชั้นกันจริงๆ อย่างที่หลายคนพอจะรู้อยู่ว่าพวกเขาเพิ่งจะมาเล่นรอบสุดท้าย ซูซูกิ คัพ เป็นครั้งที่ 2 เท่านั้นเอง

บวกกับอายุเฉลี่ยในทีม ก็อยู่ราวๆ 20-21 ปี เท่านั้น ทำให้ประสบการณ์อะไรหลายๆ อย่างก็ดูจะเทียบกันยากมากขึ้นไปอีก

ตลอดทั้งเกมจึงเห็นแต่ ทัพช้างศึก คอยคุมเกมพับสนามบุกอยู่ฝั่งเดียว มันก็น่าจะทำให้ทีมชุดนี้ยังต้องรอพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในเกมใหญ่ต่อไปว่าจะท็อปฟอร์มได้แบบนี้หรือเปล่า

ช้างศึกรุกเต็มสูบยุคราเยวัช

หากนับเวลาที่ มิโลวาน ราเยวัช เข้ามาคุมทีมชาติไทย ก็ราวๆ ปีครึ่งได้แล้ว ต้องยอมรับว่าเขานี่แหละที่เข้ามาขันเกมรับให้เราแน่น และแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Fact หลังเกม : 5 จุดต้องพูดถึงหลัง ไทย เปิดหัวซูซูกิคัพถล่ม ติมอร์ 7-0
Fact หลังเกม : 5 จุดต้องพูดถึงหลัง ไทย เปิดหัวซูซูกิคัพถล่ม ติมอร์ 7-0

แต่ในขณะเดียวกันแฟนบอลไทยก็ยังไม่เคยเห็น ทัพช้างศึก ยุคราเยวัช บุกแบบเต็มรูปแบบสักที อาจจะเป็นเพราะช่วงเวลาดังกล่าวเราเจอแต่ทีมระดับใกล้เคียงกัน และสูงกว่าไปเลย จึงไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ชัดเจนนัก

แต่เกมนี้เฮดโค้ชชาวเซอร์เบีย ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า แท็กติกเกมรุกของเขาก็ไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน จาก 11 ตัวจริง เขาจัดการส่งแนวรุกลงอย่างเต็มรูปแบบ

และก็อย่างที่เห็น 7 ประตูที่เกิดขึ้นก็มาจากการเข้าทำที่สวยงามทั้งนั้น และที่สำคัญนี่ยังเป็นเกมที่ ราเยวัช คุมทีมและคว้าชัยมากที่สุดด้วย

ยังมีข้อผิดพลาด

แม้ ทีมชาติไทย จะประเดิมสนามได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการไล่ถล่มคู่แข่งไปแบบสู้ไม่ได้ แต่เอาเข้าจริงหากใครได้ดูเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า ทัพช้างศึกยังมีข้อผิดพลาดบางอย่างอยู่เหมือนกัน

Fact หลังเกม : 5 จุดต้องพูดถึงหลัง ไทย เปิดหัวซูซูกิคัพถล่ม ติมอร์ 7-0
Fact หลังเกม : 5 จุดต้องพูดถึงหลัง ไทย เปิดหัวซูซูกิคัพถล่ม ติมอร์ 7-0

ทั้งเรื่องการจ่ายบอลที่มีเสียง่ายไปบ้างในช่วงกลางสนามจนถูกตัดบอลไป และการเปิดช่องว่างมากเกินไปจนทำให้ติมอร์มีโอกาสยิงที่อันตรายอยู่ 2-3 ครั้ง

นอกจากนั้นแม้ ทัพช้างศึก จะได้มาถึง 7 ลูก แต่ก็มีจังหวะหลุดเดี่ยว หรือการจบสกอร์แบบจะๆ ที่ควรจะบวกเพิ่มได้มากกว่านี้ เพราะถ้าลองคิดว่าเป็นเกมที่สูสี บางทีประตูเดียวที่พลาดไป อาจตัดสินเกมนั้นได้เลย

 

ถือว่า ทีมชาติไทย ประเดิมสนามได้อย่างยอดเยี่ยมสุดๆ หลังไล่ถล่ม ติมอร์ เลสเต 7-0 สมราคาเต็งแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 เหลือเกิน

แม้ต้องยอมรับว่าบอลมันคนละชั้นเกินไปที่จะมาเทียบกันได้ แต่อย่างน้อยนี่ก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแน่ๆ

และด้วยฟอร์มแบบนี้บอกเลยวันเสาร์หน้าหาก อินโดนีเซีย เตรียมตัวมาไม่ดี ระวังเละเทะกลับบ้านไปอีกทีมก็ได้!!