Coca Cola
Yamaha

แชมป์เก่ายังเอาไม่อยู่!! เดอ บรอยน์ กดชัย พาเรือบุกดับสิงห์ 0-1 นำฝูงต่อ

2 weeks ago
475 reads • 1,330 shares
แชมป์เก่ายังเอาไม่อยู่!! เดอ บรอยน์ กดชัย พาเรือบุกดับสิงห์ 0-1 นำฝูงต่อ
โดย:

ศึกพรีเมียร์ลีก คู่หยุดโลก เชลซี แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คาบ้าน 0-1

ศึกพรีเมียร์ลีก นัดหยุดโลก คู่ดึกคืนวันเสาร์ แชมป์เก่า เชลซี เปิดบ้านรับมือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูงจาก 6 เกมแรก

อันโตนิโอ คอนเต้ ส่ง เอแด็น อาซาร์ ตัวรุกเก่ง ลงตัวจริงในลีกเป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ในตำแหน่งหน้าต่ำ โดยวาง อัลบาโร่ โมราต้า ผู้นำดาวซัลโวร่วม ยืนกองหน้าตัวเป้า ในระบบ 3-5-1-1

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่มี เซร์คิโอ "กุน" อเกวโร่ ดาวยิงฟอร์มแรงที่เจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์ โดยเกมนี้วางระบบ 4-1-4-1 ให้ กาเบรียล เชซุส ยืนหน้าเป้า ส่วนแดนกลางมี ดาบิด ซิลบา กับ เควิน เดอ บรอยน์ ปั้นเกม



เปิดเกมมา 3 นาที เป็นโอกาสลุ้นของเจ้าบ้านก่อน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เปิดบอลจากขวาไปหน้าประตู อัลบาโร่ โมราต้า เทกตัวขึ้นโหม่งโดนไม่เต็ม บอลจึงไม่เข้ากรอบ

นาที 12 ติโบต์ กูร์กตัวส์ ชักช้าในจังหวะจะเตะบอลออกจากกรอบประตู จึงโดน กาเบรียล เชซุส วิ่งเข้าปั๊มบอล ดีที่บอลไม่ลอยเข้าประตู เชลซี จึงรอดตัวจากการโดนนำก่อน

นาที 26 เชลซี ได้ลุ้นประตูอีก จากลูกยิงเก็บตกด้วยเท้าซ้ายของ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า แต่ว่า เอแดร์ซอน โมราเอส ล้มตัวเซฟได้ทัน



นาที 35 อัลบาโร่ โมราต้า หัวหอกตัวเก่งของเจ้าถิ่น เกิดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ คอนเต้ ส่ง วิลเลี่ยน ลงไปแทน โดยไม่เหลือกองหน้าอาชีพในสนาม

นาที 45 เป็นโอกาสลุ้นของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ เปิดลูกเตะมุมฝั่งขวาให้ แฟร์นันดินโญ่ พุ่งโหม่งเต็มกบาล แต่ กูร์กตัวส์ ปัดได้หวุดหวิด จบครึ่งแรกจึงยังเสมอกัน 0-0

ครึ่งหลัง นาที 67 เป็นทีมเยือนที่ได้ประตูบุกนำก่อน 0-1 เมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ ทำชิ่งกับ กาเบรียล เชซุส แล้วแต่งบอลก่อนซัดด้วยซ้ายจากนอกเขตโทษ บอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างเด็ดขาด



นาที 72 เชลซี ไม่มีทางเลือก ต้องส่งแนวรุกลงมาทีเดียว 2 คน โดยส่ง เปโดร โรดริเกซ กับ มิชี่ บาตชูอายี่ ลงสนาม แล้วถอด เอแด็น อาซาร์ กับ ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ ออก

นาที 84 แมนฯ ซิตี้ น่าจะได้ประตูที่ 2 จากจังหวะโต้กลับ แล้ว ราฮีม สเตอร์ลิง หยอดไปหน้าประตูให้ กาเบรียล เชซุส ยิงตามน้ำกำลังจะเสียบเสา แต่ว่า อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ที่ยืนคุมเส้นโหม่งทิ้งหวุดหวิด

ช่วงเวลาที่เหลือ เชลซี พยายามเร่งเกมหวังทวงประตูตีเสมอให้ได้ แต่ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยังเล่นเกมเพรสซิ่ง และปิดพื้นที่กันได้ดี จึงรักษาสกอร์ไว้ได้ 

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จึงบุกกำชัยด้วยสกอร์ 0-1 กลับไปนำจ่าฝูงอีกครั้ง ด้วยผลต่างประตูได้เสีย ที่ดีกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1 ลูก

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

เชลซี (3-5-1-1) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ - อันโตนิโอ รือดิเกอร์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, แกรี่ เคฮิลล์ (กัปตันทีม) - เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ (มิชี่ บาตชูอายี่ น.72), เชส ฟาเบรกาส, มาร์กอส อลอนโซ่ - เอแด็น อาซาร์ (เปโดร โรดริเกซ น.72) - อัลบาโร่ โมราต้า (วิลเลี่ยน น.35)

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-1-4-1) : เอแดร์ซอน โมราเอส - ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, นิโกลัส โอตาเมนดี้, ฟาเบียน เดลฟ์ - แฟร์นันดินโญ่ - ลีรอย ซาเน่ (อิลคาย กุนโดกัน น.84), เควิน เดอ บรอยน์ (ดานิโล่ น.90+3), ดาบิด ซิลบา (แบร์นาร์โด้ ซิลวา น.76), ราฮีม สเตอร์ลิง - กาเบรียล เชซุส

ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอ็ตกินสัน