สื่อนอกมองไทย : กูรูจากแอฟริกา ตีแผ่การทำทีมของ "ราเยวัช"

2 years ago
14,721 reads • 2,039 shares
สื่อนอกมองไทย : กูรูจากแอฟริกา ตีแผ่การทำทีมของ "ราเยวัช"
โดย:

กูรูฟุตบอลจาก กานา และ แอลจีเรีย 2 ทีมชาติที่ มิโลวาน ราเยวัช เคยคุม ตีแผ่การทำงานของกุนซือคนใหม่ทีมชาติไทย

หลังจากที่ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซอร์เบีย เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ เพื่อเตรียมเริ่มงานคุมทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ ก็ได้รับความสนใจจากสื่อและแฟนบอลทั่วประเทศไม่น้อยทีเดียว

ด้วยความที่เขาเคยคุมชาติยักษ์ใหญ่ของแอฟริกา ทั้ง ทีมชาติกานา และ แอลจีเรีย ทำให้สื่อฟุตบอลของแอฟริกา ก็ให้ความสนใจกับประเด็นนี้เช่นกัน



แฟนบอลไทยอาจยังไม่รู้จักกุนซือทีมช้างศึกคนใหม่ดีมากนัก เราจึงรวบรวมทรรศนะจากกูรูฟุตบอลของ กานา และ แอลจีเรีย 2 ชาติที่ ราเยวัช เคยคุมมาแล้วผ่านบทความจากเว็บไซต์ sandalsforgoalposts.com ซึ่งเกาะติดวงการฟุตบอลแอฟริกา มาให้ดูกัน

แล้วคุณอาจจะรู้จัก มิโลวาน ราเยวัช ดีขึ้น เมื่ออ่านจบ

 

ชี้ “ภาษา” คือปัญหาใหญ่

ราเยวัช ถูกตั้งข้อสงสัยมากพอสมควร จากการที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษ

ธีโอ ซัคยี่ คอลัมนิสต์ฟุตบอลของกานา เผยว่า นายใหญ่คนใหม่ทีมช้างศึกต้องมีล่ามติดตัวตลอดเวลา ทั้งที่บางบริบท ภาษาอังกฤษของเขาน่าจะสื่อสารกับลูกทีมได้ดีกว่าล่ามแปลก็ตาม

ทางด้าน มาเฮอร์ เมซาฮี นักข่าวและคอลัมนิสต์ฟุตบอลของแอลจีเรีย ชี้ว่า การสื่อสารกับลูกทีมไม่รู้เรื่องของราเยวัช กลายเป็นปัญหาใหญ่ จนสุดท้ายถูกปลดออกอย่างรวดเร็ว ทั้งที่คุมทีมได้แค่ 2 นัด


“นักเตะแอลจีเรียไปคุยกับสมาคมฟุตบอล หลังจาก ราเยวัช คุมทีมแค่ 2 นัด ว่าให้รีบหาคนมาทำงานแทนเขา ก่อนที่ศึก แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2017 จะเริ่มขึ้น”

“ปัญหาหลักคือเรื่องการสื่อสาร เขาไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และอาหรับ และยิ่งไปกว่านั้น นักเตะก็รู้สึกว่าแนวทางการซ้อมของ ราเยวัช มันเข้าใจยาก”

โซฟียาน เฟอกูลี่ (ปีกของ เวสต์แฮม) บอกผมว่า ราเยวัชไม่รู้ชื่อของเขาด้วยซ้ำ แถมยังพยายามจับ ยาซีน บราอิมี่ (ตัวรุกของ ปอร์โต้) ไปเล่นเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟ ในช่วงซ้อม!”

 

แต่ให้โอกาสดาวรุ่งเยอะจริง


อย่างไรก็ตาม จุดแข็งของ มิโลวาน ราเยวัช คือการขึ้นชื่อในเรื่องของการให้โอกาสนักเตะอายุน้อย ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักให้ทีมชาติชุดใหญ่ จุดนี้น่าจะได้ใจแฟนบอลไทยไปหลายคนเลยทีเดียว

ธีโอ ซัคยี่ เผยว่า มีนักเตะหลายคนของ กานา ที่อยู่ในชุดคว้าแชมป์ ฟุตบอลเยาวชนโลก ชุดยู-20 ปี 2009 ที่ประเทศอียิปต์ ก้าวไปติดทีมชาติชุดใหญ่ลุยศึก ฟุตบอลโลก 2010 ภายใต้การทำทีมของ ราเยวัช

นักเตะดังอย่าง อังเดร อายิว แจ้งเกิดเต็มตัว และเป็นตัวหลักให้กานาจนถึงปัจจุบัน

รวมไปถึง โจนาธาน เมนซาห์, เอ็มมานูเอล อั๊กเยมัง บาดู และ ซามูเอล อินคูม ก็มีส่วนสำคัญในการพาทัพดาวดำทะลุไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ในศึกเวิลด์คัพที่แอฟริกาใต้

 

ชี้จุดแข็งของราเยวัชคือเกมรับ แต่ไม่ใช่กุนซือที่ดีที่สุดของกานา

ราเยวัช ได้เครดิตอย่างมากในเรื่องการจัดระเบียบเกมรับให้กานา แต่ในความเป็นจริงแล้ว ซัคยี่ มองว่า ทีมชาติกานาได้ค้นพบสูตรสำเร็จแล้ว ตั้งแต่สมัยที่ ราโตเมียร์ ดุยโควิช และ โคล้ด เลอ รัว คุมทีม

ถ้าจะให้เครดิตจริงๆ คือการกล้าดร็อปดาวดังอย่าง สตีเฟ่น อัปเปียห์ ที่เริ่มอืดอาด รวมถึง ควัดโว่ อซาโมอาห์ ที่ไม่เข้าระบบ ออกจากการเป็นแกนหลัก แล้วปรับแท็กติกจาก 4-4-2 เป็น 4-1-4-1

ระบบนี้ทำให้แดนกลางแน่นขึ้น แล้ววาง อซาโมอาห์ กียาน ยืนกองหน้าตัวเป้าแค่คนเดียว โดยเน้นทำประตูจากจังหวะสวนกลับเร็ว

ราเยวัช มีการปรับตำแหน่งนักเตะบางคนในการสู้ศึกใหญ่อย่าง แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ และ ฟุตบอลโลก แต่ด้วยโครงสร้างแท็กติกที่แข็งแกร่ง ทำให้พวกเขาเล่นได้อย่างเหนียวแน่นทั้ง 2 ทัวร์นาเมนต์

เหนือสิ่งอื่นใด เขาทำได้ดีมากในเรื่องการทำให้ทีมเล่นอย่างมีวินัย แต่ ซัคยี่ ไม่คิดว่าเขาคือคนที่ดีกว่ากุนซือ 2 คนก่อนหน้าเขา เขาแค่มีตัวเลือกให้ใช้งานมากกว่าคนอื่นเท่านั้น

ซัคยี่ เน้นย้ำว่า จุดแข็งของเฮดโค้ชคนใหม่ทีมชาติไทย คือเรื่องของแนวทางการเล่นที่แน่นอน เพียงแต่ข้อเสียคือการยึดติดกับแท็กติกมากเกินไป และไม่ใช่คนที่แก้เกมได้เก่งนัก

 

เผยกานายุคราเยวัช เล่น “เน้นอุด” เกินไป

กูรูตัวจริงแห่งกานา ยืนยันอีกว่า กานาในยุคของ ราเยวัช เล่นฟุตบอลที่น่าเบื่อแต่ก็พาทีมคว้าชัยชนะได้

เพียงแต่ว่าก่อนหน้านั้น แฟนบอลในประเทศเรียกทีมดาวดำว่า “บราซิลแห่งแอฟริกา” ทว่าแนวทางการเล่นภายใต้การคุมทีมของกุนซือเซอร์เบีย ไม่เป็นแบบนั้นเลย

กานาเสียการครองบอลให้กับทีมที่อ่อนชั้นกว่า และถอยไปตั้งรับลึกในเขตโทษแทน ทำให้เกิดความกดดันโดยไม่จำเป็น 

ราเยวัช ชอบสั่งให้นักเตะหลายๆ คนถอยลงไปยืนหลังลูกบอล ผลงานของ กานา ใน แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ตอนที่เขาคุมทีม เรียกได้ว่าเล่นแต่ละนัดแบบ “ขอลูกเดียวพอ” เพราะชัยชนะส่วนใหญ่คือสกอร์ 1-0

แถมในศึกฟุตบอลโลก 2010 กานาก็ไม่เคยยิงประตูในช่วงเวลาปกติ ได้มากกว่า 1 ประตูด้วย

 

เกมแรกอย่างเป็นทางการที่ ราเยวัช จะคุมทีมชาติไทย คือการบุกไปอุ่นเครื่องกับ อุซเบกิสถาน ในวันที่ 6 มิถุนายน ต่อด้วยการเปิดบ้านพบกับ ยูเออี ในศึกคัดบอลโลก อีกสัปดาห์ให้หลัง


2 เกมนั้น น่าจะตอบโจทย์ได้ชัดขึ้น ว่าเราได้ “คนที่ใช่” เข้ามาคุมทีมหรือเปล่า?